12 Strong

12 Strong

ประเภทภาพยนตร์ : แอคชั่น / ดราม่า / สงคราม 

ความยาว : 2 ชั่วโมง 10 นาที

คะแนนความนิยมจากผู้ชมทั่วโลก : 62%

ข้อมูลภาพยนตร์

12 Strong
ที่มาจาก : https://www.imdb.com/title/tt1413492/

ภาพยนตร์เรื่อง 12 Strong กล่าวถึงหลังเหตุการณ์วันที่ 11 กันยายน เมื่อ กัปตัน มิทช์ เนลสัน นำทีม กองกำลังพิเศษของสหรัฐฯ  เข้าสู่อัฟกานิสถานเพื่อทำภารกิจที่อันตรายอย่างยิ่ง เมื่อไปถึงที่นั่น เหล่าทหารได้พัฒนาความร่วมมือกับกลุ่มกองกำลังในพื้นที่เพื่อร่วมกันกำจัดกลุ่มตอลิบานและพันธมิตรอัลกออิดะห์ เนลสันและกองกำลังของเขาทราบว่าฝ่ายศัตรูมีอาวุธและมีจำนวนมากกว่า ฝ่ายสหรัฐต้องเผชิญกับอุปสรรคในการต่อสู้กับศัตรูที่โหดเหี้ยม และถือเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจไล่ล่า อุซามะฮ์ บิน ลาดิน ผู้ก่อการร้ายที่อยู่เบื้องหลัง เหตุการณ์ 9/11

ผู้อำนวยการสร้าง : Nicolai Fuglsig

ผู้ผลิต : เจอร์รี่ บรั๊คไฮเมอร์ , มอลลี่ สมิธ , แธด ​​ลัคคินบิล , เทรนต์ ลัคคินบิล

ผู้เขียนบท : เท็ด ทอลลี่ , ปีเตอร์ เครก

รายได้ Box office USA : $44.3M

ผู้จัดจำหน่าย : Warner Bros. Pictures

โปรดักชั่น : Alcon Entertainment, Jerry Bruckheimer Films, Black Label Media

ระบบเสียง : Dolby Atmos

รีวิวภาพยนตร์

      ภาพยนตร์เรื่อง 12 Strong  บอกเล่าเรื่องราวของหนึ่งในภารกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์การทหารของสหรัฐ เป็นเวลาเพียงสามสัปดาห์ เหล่าทหารทั้ง 12 คนของหน่วย Green Berets ที่ได้รับคำสั่งให้เข้าไปปฏิบัติภารกิจ และด้วยความช่วยเหลือของนายพล Abdul Rashid Dostum แห่ง Northern Alliance พวกเขาได้ร่วมกันต่อสู้กับ กลุ่มตอลิบาน  ภายใต้ภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวยและไม่คุ้นเคยเพื่อยึดเมือง Mazar-i-Sharif ที่ถูกยึดครอง ในเรื่อง 12 Strong นี้ พระเอกอย่าง Chris Hemsworth ทิ้งค้อนอันทรงพลังของ Thor และเปลี่ยนบทบาทมารับบทเป็นทหารหน่วย Green Beret โดยรับบทเป็นผู้นำหน่วย ซึ่งตัวจริงที่เข้าไปปฏิบัติภารกิจชื่อ Mitch Nelson โดยอ้างอิงจากสถานการณ์จริง เมื่อ เหตุการณ์ 9/11   เกิดขึ้น เขารีบเข้ามารายงานตัวเพื่อขอการปฏิบัติหน้าที่ทันที โดยขอให้ทีมของเขาถูกเรียกตัวกลับเข้าสนามรบเพื่อต่อสู้กับกลุ่มตอลิบาน กับคำพูดจี้ใจดำ “คุณทำให้ทีมของเขาแตกสลาย” จากคำพูดนี้ของ คาล สเปนเซอร์ (ไมเคิล แชนนอน) ได้แนะนำว่าควรส่งเขาออกไปปฏิบัติหน้าที่ ถ้าไม่ส่งไปมันจะเหมือนกันคำเปรียบเปรยที่ว่า “คุณกำลังตัดหัวงูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดของคุณออก” ดังนั้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทีมปฏิบัติการก็ได้ถูกส่งไปยัง อัฟกานิสถาน โดยได้รับคำสั่งให้ร่วมทีมกับนายพล Abdul Rashid Dostum  ซึ่งในตอนนั้นถือว่าเป็นพันธมิตรทางเหนือของ กองทัพสหรัฐ อยู่ และหลังจากการตรวจสอบข้อมูลและจำนวนของกลุ่มตอลิบานทำให้ทราบว่าอีกฝ่ายมีอาวุธมากกว่า และมีจำนวนมากกว่าราว 5,000 ต่อ 1 ทำให้พวกเขาจำต้องเข้าใจ และอดทนกับความไม่สบายใจนี้ และต้องอดทนต่อการที่จะต้องยอมรับว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะกลุ่มตอลิบานบนสถานที่ที่เปรียบเสมือนบ้านของพวกเขาเอง

  ในภาพยนตร์เรื่องนี้เราได้เห็นการสร้างที่นำเอาการ สู้รบบนหลังม้า กลับมานำเสนออีกครั้ง เราได้เห็นการสู้รบสมัยใหม่บนหลังม้าบนหน้าจอขนาดใหญ่ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นจริงในอัฟกานิสถาน ซึ่งหน่วย Green Berets ค้นพบวิธีการขนส่งที่ดีที่สุดผ่านภูมิประเทศที่เป็นหินขรุขระให้สามารถฟันฝ่าไปถึงจุดหมายได้โดยอยู่บนหลังม้า ประกอบกับฉากการสู้รบ รวมไปถึงรถถังประจัญบานของตอลิบานที่เขามาปะทะกับกลุ่มของทหารม้า และเครื่องยิงจรวดจากตอลิบานที่ยิงถล่มใส่บรรดาทหารเป็นระยะๆ ทำให้เกิดภาพที่น่าทึ่งและน่าติดตามรับชม 

      เช่นเดียวกับการเกริ่นนำในช่วงต้นเรื่อง ในนาทีแรกเราเห็น เนลสัน สเปนเซอร์ และ จ่าสิบเอกแซม ดิลเลอร์ (ไมเคิล เปนญา) กับครอบครัวอันเป็นที่รักของพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะถูกส่งไปยังสนามรบ เป็นการเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจความเป็นมาของตัวละคร และเพื่อสร้างความเห็นอกเห็นใจต่อตัวละคร ในภาพยนตร์ 12 Strong พวกเขาเป็นผู้ชายในครอบครัวที่ขับกำลังทำหน้าที่ด้วยสำนึกในหน้าที่ต่อประเทศของตน และในฐานะที่พวกเขาเป็นทหารอเมริกันกลุ่มแรกที่เข้าปะทะกับ กลุ่มตอลิบาน หลังเหตุการณ์ 9/11 พวกเขาต้องเผชิญกับช่วงการสู้รบที่เดิมพันสูง และในที่สุดก็มาเข้าใจว่านี่จะเป็นสงครามแห่งชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่มีจุดสิ้นสุดที่ชัดเจน พวกเขาอาจชนะการต่อสู้ในครั้งนี้ แต่สุดท้ายสหรัฐก็ยังต้องต่อสู้กับสงครามที่ยังไม่มีวันจบสิ้น เหมือนกับสิ่งที่ปรากฏออกมาอีกหลายสิบปีหลังจากสถานการณ์นี้ ซึ่งเราจะคุ้นเคยกับภาพข่าวเกี่ยวกับการสู้รบในอัฟกานิสถานตามมา เป็นข่าวของสงครามแบบเรียลไทม์ที่ยังดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน เหมือนที่ถ้อยคำของนายพล Dostum ได้พูดไว้เมื่อตอนที่พบกับเหล่าทหารสหรัฐในตอนแรกที่ว่า “ที่นี่ไม่มีทางเลือกที่เหมาะสม นี่คืออัฟกานิสถาน ที่ที่เป็นหลุมฝังศพของหลายอาณาจักร”