Categories
หนังแอ็คชั่น

VENOM 2 Let There Be Carnage

VENOM 2 เรื่องราวของปรสิตที่แฝงอยู่ในตัวของ​ เอ็ดดี​ บล็อก​ ชายหนุ่มที่ถูกเจ้าตัว​ ปรสิต นามว่า เวนอม เลือก​ เรื่องราวภาค​ 2​ นี้​ทำการสานต่อเรื่องราวจากภาคแรก หลังจากภาคที่แล้วที่ พระเอก ของเรา​ ได้ร่วมมือกับเวนอมเพื่อทำคดีปราบอาชญากรรม​ เวนอม คือปรสิตจากต่างดาว​ที่ตกลงมาจาก​ อวกาศ​ และผู้โชคดีคนนั้นที่ถูกเลือกก็คือ​ เอ็ดดี้​ นั่นเอง​ ในตอนแรก​ทั้งคู่ไม่ลงรอยกันนัก​ แต่ในที่สุดก็ตกลงกันได้ที่จะอยู่ร่วมกัน​ ในส่วนความสัมพันธ์กับ แอนน์​ อดีตแฟนสาวของเอ็ดดี้​ ที่ในภาค​ 2​ นี้เหมือนจะกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง​ Venom 2​ เรื่องที่เล่าหลัก​ ๆ​ เลยคือเรื่องของ​ คลีตัส แคสซาดี ฆาตกรต่อเนื่องชื่อดังที่ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงในคุก​ เขาคือตัวร้ายสุดโหดที่เป็นปรสิตเช่นเดียวกับ​ เวน่อม​ เราจะเห็นฤทธิ์ของเขาได้ตั้งแต่​ต้นเรื่องกันเลย

ที่มา​ :https://m.pantip.com/topic/41128549?

Venom​ 2​ หนังฮีโร่บู๊สนั่น​+ติดตลก

พูดถึงเรื่องของเรทติ้งของ​ Venom 2 ได้คะแนนจากเว็บไซต์หนึ่ง​ ไป​ 59% แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น​คนดูเขากลับให้คะแนนเยอะมากกว่านั้น​ ในส่วนนี้น่าจะขึ้นอยู่กับความชอบและความอินส่วนบุคคลมากกว่า​ ต้องเรียกว่าเป็น​ หนังแอคชัน ปนตลก​ ที่ผสมกันได้อย่างลงตัวแบบ​งง​ ๆ​ เป็น​ หนังตลก​ +เลือดสาด ที่มีความตลกก็คือที่ตัวเอกของเรื่องทั้งสองคนเลย​ ก็คือ​ เอ็ดดี้กับ​ เวน่อม​ ที่ถึงแม้ทั้งคู่เหมือนจะตกลงกันได้​ แต่ก็ยังกัดแซะกันอยู่ทุกครั้ง​ เอ็ดดี้​ ก็คิดว่าตนเหนือกว่าเพราะเป็นมนุษย์​ และเขาคือคนควบคุม​ เวนอม​ และมองว่าเวนอมเป็นเพียง​ ปรสิต​ ที่อาศัยอยู่ในร่างกายของเขาเท่านั้น​ ส่วนเวนอมนั้นก็คิดว่าเขาคือผู้ที่เหนือกว่า​ เพราะเป็นผู้ให้อำนาจและ​ พลัง ทั้งหมดทั้งมวลกับเอ็ดดี้​ และเขาเหนือกว่าที่สามารถควบคุมเอ็ดดี้ได้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตเขา​

ใน​ หนังแอคชัน​ เรื่องนี้ไม่มีฉากแหวะกัดเลือดไหลใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งไม่เหมือนกับในคอมิคที่จะมีฉากกัดกัน​ และในภาคนี้จะมีการเน้นไปที่ตัวร้ายคาร์เนจมากกว่า​ ที่ต้นร่างเป็นฆาตกรต่อเนื่อง ตัวร้ายที่ชื่อคาร์เนจ​ มีลักษณะคล้ายเวน่อม​ โดยเป็น​ ปรสิต​ เหมือนกันโหดมากกว่าเวน่อมมากมาย ถ้าคนที่ไม่เคยดูมาก่อน​ แล้วเห็นชื่อ​ เวน่อม​ แล้วพอรู้เรื่องมาบ้าง​ ก็จะรู้สึกว่านี่คงเป็นหนังโหด​ ๆ​ เรื่องหนึ่ง​ และคงจะน่าขยะแขยง​สุด​ ๆ​ เพราะขึ้นชื่อว่าเป็น​ ปรสิต​ แล้วด้วย​ แต่​ถ้าได้มาดูจริง​ ๆ​ จะรู้ว่านี่เป็น​ หนังตลก​ เรื่องหนึ่งเลย​ ส่วนตัว​ เวน่อม​ นั้นเป็นแค่ตัวปรสิต​ ที่ไม่มีความน่ากลัวเลย​

ถ้าคนที่ไม่เคยดู เวน่อม มาก่อน​ ก็จะมองว่า​ ตัวร้าย​ เรื่องนี้นั้นน่ากลัวและโหดร้ายมาก​ ๆ​ เป็นตัวร้ายที่ทำลายล้างสิ่งต่าง​ ๆ​ ได้อย่างถึงใจ​มากทีเดียว​ แต่ถ้าหากได้ผ่านการดูเวอร์ชั่น คอมิค มาแล้ว​ ก็จะมองว่าคาร์เนจยังไม่โหดมากพอ​ เพราะในคอมิคในโหดเลือดสาดมาก​ ๆ​

แต่ไม่ว่าจะยังไง​ หนังแอคชัน​ เรื่องนี้ก็ตอบโจทย์​ผู้ชมทุกอายุทุกกลุ่มได้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าคะแนนในเว็บไซต์​ ดูหนัง​ จะได้น้อย​ แต่คะแนนจากผู้ชมนั้นล้นหามมาก​ จึงไม่แปลกใจที่หนังเรื่องนี้จะทำเงินถล่มทลายทั้ง 2 หนังค่อนข้างดำเนินเรื่องเร็ว​ แต่ในช่วงแรกค่อนข้างจะช้า​ เนื่องจากเล่าเรื่อง​ คาร์เนจ ไปก็นานมาก​ โดยเป็นฉากแหกคุก กว่าที่​ ตัวร้าย​ เรื่องนี้​จะได้ออกตัวว่ามี​ พลัง​ อะไร ก็นานจนคนดูบางส่วนอาจจะอึดอัดและใจจะขาดแล้ว​ และพอผ่านฉากเปิดตัวไปแล้วก็ไปโผล่อีกทีในฉากต่อสู้ตัดสินท้ายเรื่อง​ และถึงแม้จะเป็น​ หนังแอคชัน​ แต่ก็ไม่ได้มีฉากแอคชั่นเยอะ​อย่างที่คิด​ เรียกว่ายกมาพอให้หอมปากหอมคอเท่านั้น

ที่มา​ : https://www.sanook.com/movie/118009/

Venom​ 2​ กับความสัมพันธ์ของเอ็ดดี้และเวน่อมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

จากเรื่องที่เล่ามาในภาคแรก​นั้น​ จะเห็นได้ว่า​ทั้งเอ็ดดี้​ และ​ เวน่อม​ ไม่ลงรอยกันเลย​ ทั้งเวน่อมและเอ็ดดี้ต่างก็ขิงกัน​ในเรื่องของความเหนือกว่าของกันและกัน​ แต่พอในภาค​ 2​ นั้น​ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นมาก​ ๆ​ ในตอนแรกที่ทั้งสองคนทะเลาะกัน​ แล้วเอ็ดดี้เลยไล่เวน่อมไป​ เวน่อมเทียวไปสิงร่างคนอื่นและสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง​ ทำให้คนเดือดร้อนไปหมด​ จนในท้ายที่สุดเอ็ดดี้ก็ได้รู้ซึ้งว่าการไม่มี​ เวน่อม นั้นเหงาแค่ไหน​ จึงได้ให้แฟนเก่าไปง้อเวน่อมให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม​ ทั้งคู่จึงได้กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม​

ถึงในภาคนี้ที่เหมือนจะมีการเล่าถึงเรื่อง​ แฟนเก่า​ ของเอ็ดดี้​ ที่เหมือนจะกลับมาดีกัน​แล้ว​ มีการปูเรื่องมาตั้งแต่ต้นเรื่องเลยว่าจะได้กลับมาเป็นเหมือนเดิมกันอีก​ครั้ง​ แต่สุดท้ายแล้ว​เธอก็เข้ามา​เป็นแค่ส่วนประกอบของเรื่องเท่านั้น​ เนื้อเรื่องหลัก​ ๆ​ ดันไปเล่าถึง​ ความสัมพันธ์​ ของเอ็ดดี้และ​ เวน่อม​ ​แทนซะงั้น​ ซึ่งในส่วนนี้ก็ต้องบอกว่าถูกใจผู้ชมเสียมากกว่าด้วยซ้ำ​ เรียกว่าเป็นฉากน่ารักกุ๊กกิ๊ก​ ให้​ผู้ชมได้อมยิ้มกันก็ว่าได้

ในส่วนของตัวนักแสดง วู๊ดดี้ ฮาเรลสัน ที่เป็น เคลตัส คาซาดี้ คาแรคเตอร์ เขาก็ดูจิตๆ เหมาะกับบทดีมาก​ ๆ​ ในส่วนของการแสดงเขาก็ทำได้ดี​ เพราะฝีมือเขาดีมาก​ ๆ​ อยู่แล้ว​ การแสดงในบทนี้จึงไม่มีปัญหาเลย​ ในท้ายที่สุดแล้ว​ VENOM 2 Let There Be Carnage​ ก็ถือเป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่งเลย​ สำหรับคนที่ไม่เคยดูภาคแรก​ ก็สามารถดูเรื่องนี้แบบรู้เรื่องได้​ เพราะเนื้อเรื่องค่อนข้างเป็นบทใหม่ที่สามารถเสพได้ใหม่​ ๆ​ เลย​ แต่ก็จะงงกับที่มาของ​ เวน่อม​ ว่ามาได้ยังไง​ แต่ข้อมูลส่วนนี้นั้นสามารถค้นหาในอินเตอร์เน็ตได้​ นอกเหนือจากนั้นคือความสนุก​ที่สามารถเปิดสมองรับได้เลย​ VENOM 2 Let There Be Carnage​ สามารถรับชมได้ในเว็บไซต์​ ดูหนัง​ออนไลน์​ เอ็ดดี้และ​ เวน่อม​คู่หูของเขา​พร้อมจะมอบความสนุกให้กับผู้ชมทุกคนแล้ว

ที่มา​ : https://refresher.sk/104709-RECENZIA-Venom-2-Carnage-prichadza

Categories
หนังแอ็คชั่น

Eternals ฮีโร่พลังเทพเจ้า เปิดจักรวาลใหม่ของ Marvel

เรียกได้ว่าเป็นค่ายหนังที่คนติดตามและรอคอยหนังมาโดยตลอดอย่างค่าย Marvel ซึ่งเราจะรู้จักกันดีที่เป็นเจ้าของอาณาจักร อเวนเจอร์ส ที่กลายเป็นตำนานของมาร์เวลไปแล้ว สร้างรายได้และฐานแฟนคลับอย่างล้นหลามมากทีเดียว หลังจากที่ได้ปิดอาณาจักรอเวนเจอร์สไป ในเรื่องสุดท้ายอย่าง Avengers End game ก็ทำให้แฟนคลับค่อนข้างจะเรียกร้องและคิดถึงเหล่าฮีโร่ของพวกเขาเป็นอย่างมาก ล่าสุดค่ายดังอย่างมาร์เวล ก็ได้เปิดตัวภาพยนตร์เรื่องใหม่ หนังฮีโร่ แฟนตาซี สายอาร์ตอย่าง Eternals ฮีโร่พลังเทพเจ้า ที่เรากำลังจะพูดถึงนี้นี่เอง เป็นหนังฮีโร่ที่มีองค์ประกอบของหนังที่น่าสนใจ เพราะมีตัวละคนใหม่หลายตัวที่ทางมาร์เวลอยากจะนำเสนอ และแนวเรื่องที่แสนจะแฟนตาซีและมีความเป็น หนังแอคชัน พร้อมมอบมิติใหม่ในการดูหนังของค่ายนี้ให้กับแฟน ๆ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/lifestyle/2236076

Eternals ฮีโร่พลังเทพเจ้า หนังฮีโร่ฉีกกฎแนงหนังของมาร์เวล

ภาพยนตร์เรื่อง Eternals เป็นภาพยนตร์แนว พลังพิเศษ ที่เล่าถึงเรื่องราวของกลุ่ม The Eternals เป็นกลุ่มฮีโร่ที่ถูกสร้างขึ้นโดย เซเลสเทียส พวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์เทพแห่งจักรวาลที่มีอายุมากกว่าล้านปี เหล่า ฮีโร่พลังเทพเจ้า นี้ ถูกส่งให้ไปอยู่ที่โลกมนุษย์ ใช้ชีวิตและแฝงตัวอยู่อย่างแนบเนียน จนกระทั่ง ดีเวียนต์ ซึ่งเป็นคู่อริกับ เซเลสเทียส ได้ออกมาปั่นป่วนโลก เหล่าฮีโร่จึงต้องมารวมพลังกัน เพื่อต่อสู้กับเขา

แฟนคลับหลาย ๆ คนที่ติดตามดูหนังจากค่ายดังอย่าง Marvel มาตลอดจะรู้ดีว่าหนังของมาร์เวลนั้นจะเป็นไปในแนวไหนหรือทางใดได้บ้าง แต่กับเรื่อง Eternals เป็นหนังฮีโร่ฉบับใหม่ ที่ออกจะฉีกกฎความเป็นมาร์เวลไปหน่อย เพราะใน หนังแอคชัน เรื่องนี้มีการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างเบาและซอฟต์ลงจากความเป็นมาร์เวลไปเยอะมาก เป็นหนัง 2 ชั่วโมงกว่าที่มีการเล่าเรื่องแบบเรื่อย ๆ ตลอดทั้งเรื่อง

รวมไปถึงฉากการแปลงร่างหรือรวมร่าง ที่ซึ่งปกติแล้วหากเป็นมาร์เวล ก็คงมีอะไรให้เราว้าวได้อย่างแน่นอน แต่พอมาเป็นเรื่อง Eternals ฮีพลังเทพเจ้า ต้องบอกว่าหนังค่อนข้างเน้นหนักไปทางการนำเสนอเนื้อหาเสียมากกว่า เน้นนำเสนอความเป็นมนุษย์ทั่วไป ต่างจากฮีโร่ของมาร์เวลที่ควรจะเป็น นั่นเพราะ หนังแฟนตาซี เรื่องนี้ได้ผู้กำกับหญิงรางวัลออสการ์อย่าง โคลอี้ เจา มาช่วยกำกับให้ ทำให้ภาพยนตร์เรื่อง Eternals ฮีโร่พลังเทพเจ้า ได้ออกมาเป็นหนังที่แตกต่างจากหนัง Marvel ทั่ว ๆ ไป

ที่มา : https://www.patsonic.com/movie/review-eternals/

Eternals ฮีโร่พลังเทพเจ้า ตัวละครหลากหลาย องค์ประกอบของหนังลงตัว

ถึงแม้ว่าจะเป็นหนังกลุ่ม อเวนเจอร์ส ที่มีเนื้อหาและแนวเรื่องแตกต่างจากหนังของมาร์เวลเรื่องอื่น แต่ภาพยนตร์เรื่อง Eternals ฮีโร่พลังเทพเจ้า ก็ยังถือว่าเป็นภาพยนตร์ แฟนตาซี ที่มีเอกลักษณ์และมีเสน่ห์ในตนเองอยู่มากทีเดียว เรื่องนี้โดดเด่นตรงที่ มีนักแสดงหน้าใหม่หลายคนที่ทางค่ายได้เปิดตัวมา นอกจากนั้นก็ยังมีนักแสดงคุณภาพอีกหลายคน เช่น “ริชาร์ด แมดเดน” ใน หนังแอคชัน แฟนตาซีเรื่องนี้พลังของริชาร์ดนั้นมีลักษณะคล้ายกับซุปเปอร์แมน แต่ในความเป็นจริงแล้วลังของเขามีอะไรที่น่าสนใจมากกว่านั้น รวมไปถึง “เจมม่า ชาน” ก็เป็นอีกตัวละครที่มีเสน่ห์มาก ๆ เช่นเดียวกัน และก็ยังมี “คูมาล นานจิเอนี”, “ไบรอัน ไทรี เฮนรี่”, “ลอว์เรน ริดลอฟฟ์”, “มาดงซอก”, “แบร์รี่ โคแฮน”, “ซัลมา ฮาเย็ค” หรือ “ลีอา แม็คฮิวจ์” และอีกหนึ่งนักแสดงที่มาปรากฏตัวในฐานะนักแสดงรับเชิญ แต่ก็ได้รับความสนใจจากคนดูไปมากทีเดียวอย่าง “แองเจลิน่า โจลี่”

ที่สำคัญไปมากกว่านั้น ภาพยนตร์เรื่อง ฮีโร่พลังเทพเจ้า ยังมีองค์ประกอบของหนังที่ใส่เข้ามาได้อย่างจุใจและรวมกันออกมาเป็นหนังแนว แฟนตาซี ของมาร์เวลได้อย่างลงตัว ถึงแม้ว่าจะเป็นภาพที่แปลกตา ไม่เหมือนกับหนัง Marvel ที่เคยทำมา แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้มีองค์ประกอบของมุมภาพอย่างสวยงาม โดยเฉพาะภาพของธรรมชาติ ที่ผู้กำกับหญิง โคลอี้ เจา ได้กำกับออกมา

โดยรวมแล้วภาพยนตร์เรื่อง Eternals ฮีโร่พลังเทพเจ้า เป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่ทำออกมาได้โดดเด่นในด้านการนำนักแสดงมากหน้าหลายตามาเปิดตัว แถมยังสามารถปูทางเข้าจักรวาล อเวนเจอร์ส ได้อย่างหลากหลายแนว ซึ่งคาดเดาได้ยาก แฟนคลับค่ายหนังมาร์เวลจึงต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา : https://www.metalbridges.com/marvel-eternals/

Categories
หนังแอ็คชั่น

SAS: RISE OF THE BLACK SWAN หนังต่อสู้สัญชาติอังกฤษที่ไม่ควรมองข้าม

ในชั่วโมงนี้ต้องบอกว่า SAS: RISE OF THE BLACK SWAN เป็น หนังจาก NETFLIX อีกเรื่องน่าดูที่ไม่ควรมองข้ามเลยด้วยซ้ำ เพราะด้วยพลอตเรื่องที่น่าสนใจตั้งแต่ต้นยันจบ สามารถเติมความสนุกให้กับคอหนังได้ตลอดทั้ง 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ได้อย่างลงตัวสุด ๆ แถมหลังจากออกสู่จอเงินและจอโลกออนไลน์อยู่ในกระแสหนังมาแรงและน่าดูในเวลาอันรวดเร็ว และเรื่องนี้ไม่ได้ยิงกันแค่อย่างเดียวเท่านั้น แต่เนื้อเรื่องยังปูถึงเรื่องต่าง ๆ มากมาย เพราะการกระแทกสังคมในปัจจุบัน แถมเรื่องนี้ข่าวว่ามีการลงทุนค่อนข้างสูงด้วย

ขอบคุณภาพจาก: https://newsrelationship.com/sas-rise-of-the-black-swan-wikipedia/

SAS: RISE OF THE BLACK SWAN การเล่าเรื่องจากผู้ผ่านสนามรบมาจริง

SAS: RISE OF THE BLACK SWAN ใช้โลเคชันถ่ายทำทั้งหมดที่ประเทศอังกฤษ ดังนั้นจึงทำให้ หนังแอคชั่น เรื่องนี้ได้มุมและวิวสวย ๆ จำนวนมาก ทั้งนี้สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากนวนิยายเรื่อง “RED NOTICE” จากปลายปากกาของ “แอนดี แมคแนบ” ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและเข้าใจถึงสนามรบเป็นอย่างดี เนื่องจากเขาเคยเป็นนักรบหน่วยพิเศษของอังกฤษ ดังนั้นการเล่าเรื่องเขาจึงมีเนื้อหาเข้มข้นตลอดทั้งเล่ม ส่วนการนำมาเผยแพร่เป็นภาพยนตร์ ถือว่าทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน ภายใต้การกำกับของ แมกนัส มาร์เทนส์ ผู้กำกับมือทองคนดัง ดังนั้นไม่ต้องถามว่าช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้หนังมากขึ้นแค่ไหน เพราะข้อสรุปสั้น ๆ คือมีสูงมากแน่นอน

ขอบคุณภาพจาก: https://netflixlife.com/2021/08/28/movies-on-netflix-weekend-sas-red-notice/

เรื่องย่อ หงส์ดำผงาด หนังแอคชันแต่จิกกัดสังคมได้แสบทรวง

ส่วนเนื้อเรื่อง หนังแอคชั่นจาก NETFLIX เล่าถึงกลุ่มทหารรับจ้างซึ่งทำงานให้กับรัฐบาลอังกฤษมานาน ที่ใช่ชื่อว่า “กลุ่มหงส์ดำ หรือ BLACK SWAN” โดยมี วิลเลียม ลูอิส เป็นหัวหน้ารับงานและเป็นมันสมองของกลุ่มตัวหลัก เนื่องจากการวางแผนของเขานั้นได้ชื่อว่ายอดเยี่ยมและจัดการจ็อบทุกอย่างได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยกลุ่มของพวกเขามีชื่อเสียงมานานพอสมควร

ดังนั้นวันหนึ่งพวกเขาจึงได้รับงานที่พวกเขาถนัดและทำได้ดีเหมือนทุกครั้ง นั่นก็คือเข้าไปล้างบางผู้คนในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง โดยทุกคนได้รับคำสั่งว่า หากเป็นผู้ชายจะต้องฆ่าไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียว ถึงแม้จะเป็นเด็กเล็กเด็กแดงก็ไม่ต้องละเว้นเพราะนี่คืองาน ส่วนผู้หญิงให้ปล่อยตัวไปเพราะไม่มีทางตอบโต้ได้แน่นอน และเพื่อให้อยู่บนความหวาดกลัวตลอดไป

และทันทีที่จบภารกิจดังกล่าวกลุ่มทหารรับจ้างกลุ่มนี้ถูกยกให้เป็น “อาชญากรทางสงคราม” ทันที นอกจากนั้นพวกเขายังถูกตั้งค่าหัวเอาไว้สูงลิ่ว และทางการทุกแห่งมีคำสั่งจับตายได้ทุกเวลาและทุกที่แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ชนิดว่าเจอที่ไหนสามารถยิงทิ้งได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากทางการ ดังนั้นในเวลานี้ทางด้าน วิลเลียม พบกับจุดจบของชีวิตแบบอนาถ ส่วนคนอื่น ๆ ต้องแยกย้ายกันหนีไปคนละทาง

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ เกรซ ลูอิส ลูกสาวของ วิลเลียม เลือกตัดสินใจขอแก้แค้นเรื่องนี้ให้พ่อของเธอ เพื่อตอบโต้ในสิ่งที่พ่อและลูกน้องทุกคนพยายามร่วมเป็นร่วมตาย ทำงานตามคำสั่งที่ได้รับจากรัฐบาลอังกฤษ แต่สิ่งที่ได้รับกลับกลายเป็นการหักหลัง อย่างไรก็ตามการดำเนินการแก้แค้นของเธอกลับไม่ได้ราบรื่นเท่าไหร่นัก เนื่องจากว่า โธมัส บัคกิ้งแฮม เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ IM5 คอยตามแกะรอยเธอและพรรคพวกอย่างใกล้ชิด และคอยขัดขวางภารกิจของเธอจนกว่าจะทำไม่สำเร็จ หรือล้มเลิกภารกิจนี้ไปโดยปริยาย

แต่แล้ววันหนึ่งเขาได้รับรู้เรื่องราวความจริงบางอย่าง ซึ่งทางการอังกฤษได้ปิดและพยายามซ่อนเงื่อนตัวนี้อย่างลับ ๆ มานาน ซึ่งหลังจากนั้นต้องตามลุ้นกันต่อว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร จะร่วมมือกับ เกรซ หรือจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อให้งานที่ได้รับมอบหมายบรรลุเป้าหมายโดยเร็วที่สุด

ขอบคุณภาพจาก: https://www.dailynews.co.th/articles/226624/

RISE OF THE BLACK SWAN หนังที่มาพร้อมกับความคุ้มค่าเกินเวลา

ทั้งนี้สำหรับหนังเรื่องนี้จัดว่าเป็น หนังแอคชั่นน่าดู ซึ่งไม่ได้มีการเสนอแค่การต่อสู้หรือนำเสนอแค่การตัดสินใจกระทำการบางอย่างของคนบางกลุ่มเท่านั้น แต่ยังมีรายละเอียดทั้งในส่วนของจุดเด่นและจุดอ่อนของเรื่องนี้ให้ติดตามเพิ่มเติม ภายใต้การนำแสดงโดย ทอม วิลคินสัน, รูบี้ โรส, แซม ฮิวแฮน รวมถึง ฮันนาห์ จอห์น คาเมน ซึ่งเรื่องนี้เธอมีบทบาทและเป็นจุดเปลี่ยนทำให้มีซีนกระแทกสังคมออกมาได้อย่างหมดจด นอกจากนั้นหากใครเป็นแฟนตัวยงหรือชื่นชอบสถานที่ท่องเที่ยวอังกฤษเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เรื่องนี้จะเป็นอีกเรื่องที่จะพาทุกคนทัวร์เมืองผู้ดีไปกับหนัง จนหายคิดถึงกันได้บ้างแน่นอน

Categories
หนังแอ็คชั่น

รีวิวหนังแคชันแฟนตาซี : แฮรี่พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี

รีวิว หนังแอคชัน วันนี้เรา เราจะพามาทำความรู้จักกับหนังไตรภาพที่เชื่อว่า ต้องมีคนรู้จักและชื่นชอบอย่างแน่นอนสำหรับ “แฮรี่ พอตเตอร์” หนังแอคชันแฟนตาซีที่จะพาให้คุณนั้นเข้าสู่โลกแห่งเวทมนต์ที่เต็มไปด้วยความอันตราย สำหรับในภาคนี้นั้นจะใช้ชื่อว่า “ แฮรี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี ” ซึ่งเป็นภาคที่ 4 โดยก่อนหน้านี้แฮรี่พอตเตอร์ได้มีเรื่องราวมาก่อนหน้านี้แล้ว 3 ภาคด้วยกัน ต้องขอบอกก่อนเลยว่า 3 ภาคก่อนหน้านี้นั้นเนื้อหาค่อนข้างปูพื้นให้เรารู้จักกับ โลกพ่อมดแม่มด ซะส่วนใหญ่ จะมีก็แต่ภาคที่ 3 แฮรี่พอตเตอร์ กับนักโทษแห่งอัสคาบัน ที่พ่อจะมีเรื่องราวดราม่าและปริศนาต่างๆ ให้ตัวเอกของเรื่องนั้นต้องออกค้นหา สำหรับในภาคที่ 4 นี้ก็ยังคงคล้ายๆ กับภาคก่อนก็คือทุกภาค เนื้อเรื่องจะต้องพูดถึงกิจกรรมหรือเรื่องราวที่ทำให้ตัวเอกของเรื่องนั้นต้องประสบพอเจอ อย่างเช่นภาคแรกก็จะเป็นการตามหาความลับของ ศิลาอถรรพ์ ภาคที่สองก็เป็นการค้นหาห้องแห่งความลับ ส่วนภาคที่ 3 นั้นถึงจะเริ่มเป็นเรื่องราวในอดีตที่แฮรี่นั้นตอนก่อนตามหาความจริง แต่สำหรับภาคนี้นั้น เรื่องราวจะเป็นอย่างไรเราจะรีวิวให้ได้รับทราบกัน

ที่มาภาพ : https://urpsmklr.org

เนื้อเรื่องหนังแอคชันแฟนตาซีชื่อดัง

สำหรับในเรื่อง แฮรี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี นี้นั้น มีความเป็น หนังแอคชัน แฟนตาซีมากขึ้นกว่าภาคก่อนๆ ที่จะมีแค่ช่วงท้ายของเรื่องที่จะการสู้กัน เหตุผลอาจจะเพราะว่าตัวของแฮรี่นั้น เริ่มโตพอที่จะได้รับบทบาทที่ยากขึ้นไปอีก โดยในการกลับมายังฮอกวอตส์ในปีนี้ ถือว่ามีความพิเศษกว่าปีก่อนๆ นั่นคือ การที่ฮอกวอตส์ได้รับเลือกให้จัดการแข่งขันเวทไตรภาคี โดยมีโรงเรียนชื่อดัง 3 แห่งบนโลกเวทมนต์มาร่วมประลองกัน ซึ่งกฎก็คือผู้ที่สนใจจะต้องนำชื่อของตัวเองใส่ลงไปในถ้วยอัคนี ก่อนคืนวันที่จะประกาศรายชื่อ 3 คนที่ได้เป็นตัวแทน และทำ 3ภารกิจ แต่น่าเสียดายที่ผู้เข้าร่วมจะต้องมีอายุ 17 ปี ทำให้นักเรียนที่อายุวัยเดียวกับแฮรี่จะหมดสิทธิ์ ใส่ชื่อและร่วมประลอง แต่เหลือจะเชื่อว่าพอวันที่ประกาศผลออกมากลับมีชื่อแฮรี่อยู่ในนั้น รอนและเฮอไมโอนีถึงกับอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้แต่ตัวแฮรี่เองก็ไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่กฎต้องเป็นกฎเมื่อ แฮรี่พอตเตอร์ ได้รับเลือกเขาก็ต้องร่วมประลองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความยากลำบากของแฮรี่นั้นมีมากมาย ทั้งการแบกรับอายุที่ยังน้อยการที่เพือนสนิทอย่างรอนและเฮอไมโอนี รู้สึกไม่โอเคกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ตัวแฮรี่ต้องอยู่คนเดียวตามลำพังในช่วงแรกๆ ก่อนการประลอง ถึงอย่างไรนั้นคำว่าเพื่อนก็ตัดกันไม่ขาด ถึงแม้ทั้งรอนและเฮอไมโอนีจะแอบเคือง แต่สุดท้ายพวกเขาก็คอยสนับสนุนแฮรี่อยู่เสมอ จน แฮรี่พอตเตอร์ สามารถผ่านการประลองมาได้ 2 ภารกิจ ซึ่งยังเหลืออีก 1 ภารกิจที่เดียวเราจะมาสรุปให้ฟัง

ที่มาภาพ : https://movies.doodido.com

ที่มาภาพ : https://m-net.dstv.com/movie/harry-potter-and-the-goblet-of-fire_424

ภารกิจแห่งความตาย พร้อมเผชิญหน้ากับเขาผู้ไม่ควรเอ่ยชื่อ

ในภารกิจสุดท้ายของ หนังแอคชัน แฟนตาซี “ แฮรี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี”ได้พูดถึงก็คือ การที่ผู้เข้าปะลองจะต้องไปหาถ้วยอัคนีในเขาวงกรต ใครหาเจอคนแรกจะเป็นผุ้ชนะ และแน่นอนถึงแม้ในตอนท้ายแฮรี่และเพื่อนร่วมโรงเรียนอีก 1 คนจะเจอพร้อมกันในตอนแรกเขาต้องการให้แฮรี่ได้มันไป เพราะก่อนหน้านี้แฮรี่ช่วยเขาไว้แต่สุดท้ายทั้งคู่เลือกที่จะจับพร้อมกัน แต่แจกพอร์ตก็คือ เขาไม่ได้เป็นผู้ชนะแถมถ้วยนั้นพาทั้งคู่ไปยังหลุมศพ และที่นั่นเขาได้พบกับโวลเดมอร์ในร่างที่แข็งแรง เนื่องจากการวิธีการชุบร่างของเขาขึ้นมาใหม่ และเกิดการต่อสู้กันเกิดขึ้นเพื่อนของแฮรี่ที่ติดตามาด้วยเสียชีวิต แต่แฮรี่รอดกลับมาที่โรงเรียนและได้พบว่า มีคนจงใจให้เขาเข้าร่วมการประลอง เพื่อที่สุดท้ายจะได้มาเจอกับโวลเดอมอร์ โดยคนนั้นก็คือลูกสมุนของโวเดอมอร์ที่ปลอมตัวเป็นอาจารย์ในโรงเรียน และคอยช่วยเหลือแฮรี่มาตลอด ซึ่งมาถูกเฉลยในตอนท้าย ก่อนที่ แฮรี่พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี จะจบเพียงเท่านี้

ที่มาภาพ : https://play.google.com/store/movies/details/Harry_Potter_and_the_Goblet_of_Fire?id=gPhXYeoCDlQ

Categories
หนังแอ็คชั่น

SAN ANDREAS หนังแอคชันผจญมหาวิบัติแผ่นดินแยก

NEW LINE CINEMA และVILLAGE ROADSHOW PICTURES เตรียมให้คุณได้พบกันกับ หนังแอคชัน ดราม่า ภัยพิบัติ เรื่องใหม่ ที่ได้นักแสดงนำอย่าง “เดอะร็อค” นักแสดงกล้ามใหญ่มาร่วมแสดงในเรื่องนี้ด้วย สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับภัยพิบัติ ที่เข้ามาโจมตีที่อยู่อาศัยของผู้คนบนโลก โดยหนังเรื่อง SAN ANDREAS มหาวิบัติแผ่นดินแยก ได้เล่าเรื่องที่เกี่ยวกับเหตุการณืแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และเกิดเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายบนโลก ทั้งตกถล่ม แผ่นดินแยกออกจากกัน ทำให้ชีวิตผู้คนในแต่ละเมืองใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ระบบสื่อสาร ถนนหนทางขาดการติดต่อ และแน่นอนว่าหนังไม่ได้พูดถึงแค่เรื่องภัยธรรมชาติ แต่จะพูดถึงเรื่องดราม่าแนวครอบครัวของตัวเอกของเรื่อง ผสมกับการที่ต้องเจอกับเรื่องภัยพิบัตินี้ และสำหรับวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับหนังเรื่องนี้ใน SAN ANDREAS มหาวิบัติแผ่นดินแยก

ที่มาภาพ : https://tv.apple.com/th/movie

เรื่องย่อหนังแอคชัน : SAN ANDREAS มหาวิบัติแผ่นดินแยก

สำหรับ หนังแอคชัน ดราม่าเรื่อง SAN ANDREAS มหาวิบัติแผ่นดินแยก ได้เล่าถึง “เรย์” ชายหนุ่มนักดับเพลิงและเป็นกัปตันหน่วยช่วยเหลือทางอากาศ ที่กำลังเกิดปัญหาใหญ่ในชีวิตของเขา เพราะภรรยาสุดที่รักของเขาเริ่มมีความคิดที่ต้องการหย่า และกำลังดูใจกับผู้ชายที่มีความมั่งคงในชีวิตมากกว่าตัวเขา และยังเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์มากมายในซานฟรานซิสโก ทว่าลูกสาวของทั้งคู่นั้นไม่เห็นด้วยและอยากให้พ่อแม่ของเธอกลับมาเป็นเหมือนเดิมอยากให้พ่อแม่ของเธอกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่แล้ววันหนึ่งก็ได้เกิดเหตุการ์ไม่คาดฝัน มีเหตุการ์แผนดินไหวครั้งใหญ่ จนทำให้อาคารบ้านเรือนในได้รับความเสียหารอย่างหนักในหลายๆ รัฐ และที่สำคัญเลยก็คือการจารจรของแต่ละเมืองนั้นถูกตัดขาด เนื่องจากหลังเกิดแผนดินไหว ได้มีพื้นดินแยกออกจากกัน ทำให้การเดินทางไม่สามารถทำได้ในบางพื้นที่ รวมไปถึงการสื่อสารก็ถูกตัดขาด หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้เรย์ ก็นึกถึงภรรยาของตัวเองที่กำลังอยู่ในตึก และได้ตัดสินใจขับเฮลิคอปตอร์ไปช่วยภรรยาของเขา ซึ่งเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะสภาพของตึกแถวนั้นพังลงมาแทบไม่มีชิ้นดี และสุดท้ายเขาก็ช่วยภรรยากเขาสำเร็จ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้รับการจั้งเตือนว่าจะเกิดเหตุการณ์แผนดินไหวอีกครั้งในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าที่ซานฟรานซิสโก ทำให้ทั้งคู่ต้องรีบไปช่วยลูกสาวของเธอที่อยู่ที่เมืองนี้ ระหว่างที่กำลังจะเดินทางด้วยรถยนต์ทั้งสองก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ด้วยรถยนต์ เนื่องจากเกิดรอยแยกขนาดใหญ่ทำให้ไม่สามารถขับรถไปต่อยังอีกเมืองได้ พวกเขาจึงได้ไปใช้เครื่องบินเช่าแทน ในระหว่างนั้นก็ได้พูดคุยเรื่องราวต่างๆ ในอดีต ที่เป็นความคิดและความรู้สึกในใจของทั้งสอง และหลังจากนั้นหนังก็ได้นำเราไปสู่การตามหาลูกสาวของทั้งสอง ที่แสนจะยากลำบากเนื่องจากระหว่างที่บินอยู่ น้ำมันเครื่องบินเกือบหมด พร้อมกันนี้สภาพด้านล่างของเมืองก็เตรียมไปด้วยความวุ่นวาย รวมถึงไม่มีที่จอดสำหรับเครื่องบินของพวกเขา ทำให้ต้องโดดลงจากเครื่องบินและใช้ร่มชูชีพแทน ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมาก วัดความแรงได้ประมาณ 9.6 ริกเตอร์ ทำให้ทั้งเมืองในตอนนี้ ตึก อาคารบ้านเรือนถล่มลงมาอย่างต่อเนื่อง ด้านเรย์กับอดีตภรรยาก็ได้เริ่มตามหาลูกสาว จนอยู่ๆเรย์เห็นอะไรบางอย่างที่แปลก น้ำในทะเลาลดลงอย่างรวดเร็ว เขาจึงคิดว่าจะต้องเกิด สึนามิ อย่างแน่นอน และก็เป็นไปตามคาด คลื่นยักษ์กำลังก่อตัวขึ้นและกำลังจะซัดเข้าฝั่ง เอาเป็นว่าขอสปอยเพียงเท่านี้ ในส่วนที่เหลือหลังจากนี้แนะนำให้ลองไปดูกันต่อสำหรับ SAN ANDREAS มหาวิบัติแผ่นดินแยก ขอว่าความลุ้นระทึกอยู่ในช่วงท้ายๆ

ที่มาภาพ : https://www.majorcineplex.com/news/san-andreas-2-end

เนื้อเรื่องที่ไม่โดดเด่น แต่ CG ขั้นเทพ

ความรู้สึกหลังได้ชม หนังแอคชัน ฟอร์มยักษ์เรื่อง SAN ANDREAS มหาวิบัติแผ่นดินแยก ต้องบอกว่าเนื้อเรื่องนั้นธรรมดาทั่วไป ไม่ได้มีปมอะไรที่น่าสนใจ แต่สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่น่าเบื่อก็คือ ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่องไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์แผ่นดินไหว ตึงถล่ม เรียกได้ว่า GC นั้นสุดยอดมาก ทำออกมาได้สมจริง และสมบูรณ์แบบตามยุคสมัย พร้อมรายละเอียดต่างๆ ของ CG ก็แทบจะไม่มีข้อบกพร่อง หรือมีจุดอ่อน โดยรวมก็ถือว่าหนังเรื่อง SAN ANDREAS มหาวิบัติแผ่นดินแยก ไม่ได้แย่จนเกินไปในเรื่องของความสนุกตื่นเต้น

ที่มาภาพ : https://www.metacritic.com/movie/san-andreas/trailers/4643828

Categories
หนังแอ็คชั่น

Extraction

Extraction

ประเภท : แอคชั่น ลึกลับ ระทึกขวัญ

ความยาว : 1 ชั่วโมง 57 นาที

คะแนนโหวตจากผู้ชมทั่วโลก : 69%

Extraction
ที่มาจาก : https://www.netflix.com/title/80230399

ข้อมูลภาพยนตร์

      ทหารรับจ้าง ตลาดมืดที่ไม่มีอะไรจะเสียได้รับการว่าจ้างให้ช่วยเหลือลูกชายที่ถูกลักพาตัวไปของอาชญากรนานาชาติที่ถูกคุมขัง แต่ในโลกอันมืดมิดของผู้ค้าอาวุธและผู้ค้ายาเสพติด ภารกิจที่อันตรายถึงตายได้เข้าใกล้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้

เรต : R (มีการใช้ยาเสพติด มีการใช้กำลังและความรุนแรง และการใช้ภาษา

ผู้กำกับ : แซม ฮาร์เกรฟ

ผู้ผลิต : Eric Gitter , Chris Hemsworth , Mike Larocca , Joe Russo , Anthony Russo

ผู้เขียนบท : โจ รุสโซ

บริษัทโปรดักชั่น : TGIM Films, อินเดีย Take One Productions, Thematic Entertainment, AGBO

รีวิวภาพยนตร์

      Extraction เป็นภาพยนตร์ Original Netflix ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร Marvel Cinematic Universe แต่คุณจะรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายเล็กๆเมื่อคุณรู้ว่าใครที่สร้างและกำกับเรื่องนี้ขึ้นมา ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย คริส เฮมส์เวิร์ธ หรือที่รู้จักในชื่อธอร์ เขียนบทโดย Joe Russo ผู้ร่วมกำกับภาพยนตร์ Avengers สองเรื่องล่าสุด และกำกับการแสดงโดยแซม ฮาร์เกรฟ ผู้ซึ่งเปิดตัวการกำกับเรื่องแรกของเขาหลังจากทำงานเป็นผู้ประสานงานสตั๊นท์แมนในภาพยนตร์ Marvel หลายเรื่อง

 เรื่องนี้ คริส เฮมส์เวิร์ธ รับบทเป็น ไทเลอร์ เรค “ทหารรับจ้างในตลาดมืดที่กล้าหาญ” ซึ่งทักษะการต่อสู้ต่างๆของเขา ถูกเรียกร้องออกมาใช้งานเมื่อโอวี (รุดห์รักช์ ไจสวาล) ลูกชายของเจ้าพ่อค้ายานานาชาติ ถูกลักพาตัวโดยราชายาเสพติดที่เป็นคู่แข่งกัน ไทเลอร์และทีมมีแผนที่จะช่วยเหลือโอวีแต่มันกลับเต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรคที่มีความยุ่งยากเล็กน้อย และเมื่อ ซาจู (แรนดีพ ฮูดา) ลูกน้องของพ่อของโอวี เข้าไปยุ่งโดยไม่ทราบสาเหตุ ไทเลอร์ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องโอวี สิ่งต่อไปนี้เป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเลือดและกระสุนปืนที่แทบจะทำให้ผู้ชมไม่กระพริบตาจากฉากไล่ล่าที่น่าตื่นเต้น เมื่อผู้กำกับอย่าง ฮาร์เกรฟ ที่เป็นคนล่าสุดในกลุ่มผู้ประสานงานการแสดงผาดโผนที่ผันตัวมาเป็นผู้กำกับ (รวมถึง David Leitch จากHobbs & Shaw และ Chad Stahelski จากซีรี่ส์ John Wick) กำลังจะบอกว่าเขาใช้ทักษะการแสดงความสามารถของเขาให้เกิดประโยชน์ แทนที่จะเป็นบทพูด เขาจะเน้นให้มีฉากโดดเด่นหลายฉาก และส่วนสำคัญที่น่าติดตามของภาพยนตร์เรื่องนี้คือฉากของการไล่ล่าแบบใช้รถยนต์และการไลล่าที่บ้าระห่ำเป็นเวลา 12 นาที ซึ่งได้รับการถ่ายทำอย่างต่อเนื่องและวางมุมกล้องอย่างชาญฉลาดเพื่อให้ดูเหมือนใช้เวลาต่อเนื่องยาวนาน ทำให้ผู้ชมคิดไปถึงการถ่ายทำว่า “พวกเขาทำอย่างนั้นได้อย่างไร” ซึ่งรวมไปถึงช่วงเวลาที่ทั้งกล้องย้ายเข้าไปอยู่ในรถขณะที่รถอยู่ในการเคลื่อนไหว และตัดภาพออกมาที่ฉากไล่ล่าโดยรวมเสมือนว่าผู้ชมเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ

      ในส่วนฉากแอคชั่นของ Extraction ทำได้ค่อนข้างยอดเยี่ยมตลอดทั้งเรื่อง และสำหรับความสมเหตุสมผลของเรื่องราวทำหน้าที่เป็นเพียงสิ่งที่ทำให้พอรับรู้ความเป็นไปเป็นมาเท่านั้น โดยภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากนิยายเรื่อง Ciudad ที่เขียนโดย โจ รุสโซ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเขาจึงย้ายฉากในเรื่องจากประเทศปารากวัยไปยัง กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศแทน เซ็ตฉากให้มีความโกลาหลบนท้องถนนที่คับคั่งของกรุงธากา ซึ่งภาพที่ออกมามันช่วยเพิ่มความตึงเครียด เร้าอารมณ์คนดูได้มาก แต่ก็มีจุดสังเกตุเล็กน้อยจากปัญหาการเล่าเรื่องในตอนเริ่มต้น เนื่องจาก ฮาร์เกรฟ และ รุสโซ เลือกที่จะนำเสนอสู่จุดสิ้นสุดของเรื่องราวอย่างชัดเจน จากนั้นจึงย้อนเวลากลับไปเพื่อดูว่าทุกอย่างเริ่มต้นอย่างไร เป็นแนวคิดที่ใช้มากเกินไปซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจทำให้ผู้ชมพอเดาถึงบริบทและตอนจบของเรื่องออก และเมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ดำเนินไป ก็ยิ่งเข้าใจได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ว่าใครกำลังทำงานกับใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคู่แข่งสองคนมารวมตัวกันแบบไม่มีที่มาที่ไป และสำหรับตัวนำอย่างเฮมส์เวิร์ธ ก็มีบทบาทอย่างมากในการแสดงของเขา นอกเหนือจากการแสดงเป็น ธอร์ เฮมส์เวิร์ธ ยังพยายามให้คำจำกัดความตัวเองว่าเป็นนักแสดงที่สามารถรับได้หลายบทบาท และฝีมือเขาก็ยังดีพอๆ กับดารานักแสดงคนอื่นๆอีกด้วย จึงสรุปได้ว่า Extraction เป็นหนึ่งในภาพยนตร์แอคชั่นที่ดูเอาเพื่อความมันส์อย่างเดียวพอ มันสนุกที่สุดสำหรับฉากการต่อสู้และการไล่ล่าที่เข้มข้น หากคุณไม่คิดถึงความสมเหตุสมผลและเข้าใจกับสิ่งเหล่านั้นได้ มันก็เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ควรค่าแก่การรับชมเลยทีเดียว

Categories
หนังแอ็คชั่น

12 Strong

12 Strong

ประเภทภาพยนตร์ : แอคชั่น / ดราม่า / สงคราม 

ความยาว : 2 ชั่วโมง 10 นาที

คะแนนความนิยมจากผู้ชมทั่วโลก : 62%

ข้อมูลภาพยนตร์

12 Strong
ที่มาจาก : https://www.imdb.com/title/tt1413492/

ภาพยนตร์เรื่อง 12 Strong กล่าวถึงหลังเหตุการณ์วันที่ 11 กันยายน เมื่อ กัปตัน มิทช์ เนลสัน นำทีม กองกำลังพิเศษของสหรัฐฯ  เข้าสู่อัฟกานิสถานเพื่อทำภารกิจที่อันตรายอย่างยิ่ง เมื่อไปถึงที่นั่น เหล่าทหารได้พัฒนาความร่วมมือกับกลุ่มกองกำลังในพื้นที่เพื่อร่วมกันกำจัดกลุ่มตอลิบานและพันธมิตรอัลกออิดะห์ เนลสันและกองกำลังของเขาทราบว่าฝ่ายศัตรูมีอาวุธและมีจำนวนมากกว่า ฝ่ายสหรัฐต้องเผชิญกับอุปสรรคในการต่อสู้กับศัตรูที่โหดเหี้ยม และถือเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจไล่ล่า อุซามะฮ์ บิน ลาดิน ผู้ก่อการร้ายที่อยู่เบื้องหลัง เหตุการณ์ 9/11

ผู้อำนวยการสร้าง : Nicolai Fuglsig

ผู้ผลิต : เจอร์รี่ บรั๊คไฮเมอร์ , มอลลี่ สมิธ , แธด ​​ลัคคินบิล , เทรนต์ ลัคคินบิล

ผู้เขียนบท : เท็ด ทอลลี่ , ปีเตอร์ เครก

รายได้ Box office USA : $44.3M

ผู้จัดจำหน่าย : Warner Bros. Pictures

โปรดักชั่น : Alcon Entertainment, Jerry Bruckheimer Films, Black Label Media

ระบบเสียง : Dolby Atmos

รีวิวภาพยนตร์

      ภาพยนตร์เรื่อง 12 Strong  บอกเล่าเรื่องราวของหนึ่งในภารกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์การทหารของสหรัฐ เป็นเวลาเพียงสามสัปดาห์ เหล่าทหารทั้ง 12 คนของหน่วย Green Berets ที่ได้รับคำสั่งให้เข้าไปปฏิบัติภารกิจ และด้วยความช่วยเหลือของนายพล Abdul Rashid Dostum แห่ง Northern Alliance พวกเขาได้ร่วมกันต่อสู้กับ กลุ่มตอลิบาน  ภายใต้ภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวยและไม่คุ้นเคยเพื่อยึดเมือง Mazar-i-Sharif ที่ถูกยึดครอง ในเรื่อง 12 Strong นี้ พระเอกอย่าง Chris Hemsworth ทิ้งค้อนอันทรงพลังของ Thor และเปลี่ยนบทบาทมารับบทเป็นทหารหน่วย Green Beret โดยรับบทเป็นผู้นำหน่วย ซึ่งตัวจริงที่เข้าไปปฏิบัติภารกิจชื่อ Mitch Nelson โดยอ้างอิงจากสถานการณ์จริง เมื่อ เหตุการณ์ 9/11   เกิดขึ้น เขารีบเข้ามารายงานตัวเพื่อขอการปฏิบัติหน้าที่ทันที โดยขอให้ทีมของเขาถูกเรียกตัวกลับเข้าสนามรบเพื่อต่อสู้กับกลุ่มตอลิบาน กับคำพูดจี้ใจดำ “คุณทำให้ทีมของเขาแตกสลาย” จากคำพูดนี้ของ คาล สเปนเซอร์ (ไมเคิล แชนนอน) ได้แนะนำว่าควรส่งเขาออกไปปฏิบัติหน้าที่ ถ้าไม่ส่งไปมันจะเหมือนกันคำเปรียบเปรยที่ว่า “คุณกำลังตัดหัวงูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดของคุณออก” ดังนั้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทีมปฏิบัติการก็ได้ถูกส่งไปยัง อัฟกานิสถาน โดยได้รับคำสั่งให้ร่วมทีมกับนายพล Abdul Rashid Dostum  ซึ่งในตอนนั้นถือว่าเป็นพันธมิตรทางเหนือของ กองทัพสหรัฐ อยู่ และหลังจากการตรวจสอบข้อมูลและจำนวนของกลุ่มตอลิบานทำให้ทราบว่าอีกฝ่ายมีอาวุธมากกว่า และมีจำนวนมากกว่าราว 5,000 ต่อ 1 ทำให้พวกเขาจำต้องเข้าใจ และอดทนกับความไม่สบายใจนี้ และต้องอดทนต่อการที่จะต้องยอมรับว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะกลุ่มตอลิบานบนสถานที่ที่เปรียบเสมือนบ้านของพวกเขาเอง

  ในภาพยนตร์เรื่องนี้เราได้เห็นการสร้างที่นำเอาการ สู้รบบนหลังม้า กลับมานำเสนออีกครั้ง เราได้เห็นการสู้รบสมัยใหม่บนหลังม้าบนหน้าจอขนาดใหญ่ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นจริงในอัฟกานิสถาน ซึ่งหน่วย Green Berets ค้นพบวิธีการขนส่งที่ดีที่สุดผ่านภูมิประเทศที่เป็นหินขรุขระให้สามารถฟันฝ่าไปถึงจุดหมายได้โดยอยู่บนหลังม้า ประกอบกับฉากการสู้รบ รวมไปถึงรถถังประจัญบานของตอลิบานที่เขามาปะทะกับกลุ่มของทหารม้า และเครื่องยิงจรวดจากตอลิบานที่ยิงถล่มใส่บรรดาทหารเป็นระยะๆ ทำให้เกิดภาพที่น่าทึ่งและน่าติดตามรับชม 

      เช่นเดียวกับการเกริ่นนำในช่วงต้นเรื่อง ในนาทีแรกเราเห็น เนลสัน สเปนเซอร์ และ จ่าสิบเอกแซม ดิลเลอร์ (ไมเคิล เปนญา) กับครอบครัวอันเป็นที่รักของพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะถูกส่งไปยังสนามรบ เป็นการเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจความเป็นมาของตัวละคร และเพื่อสร้างความเห็นอกเห็นใจต่อตัวละคร ในภาพยนตร์ 12 Strong พวกเขาเป็นผู้ชายในครอบครัวที่ขับกำลังทำหน้าที่ด้วยสำนึกในหน้าที่ต่อประเทศของตน และในฐานะที่พวกเขาเป็นทหารอเมริกันกลุ่มแรกที่เข้าปะทะกับ กลุ่มตอลิบาน หลังเหตุการณ์ 9/11 พวกเขาต้องเผชิญกับช่วงการสู้รบที่เดิมพันสูง และในที่สุดก็มาเข้าใจว่านี่จะเป็นสงครามแห่งชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่มีจุดสิ้นสุดที่ชัดเจน พวกเขาอาจชนะการต่อสู้ในครั้งนี้ แต่สุดท้ายสหรัฐก็ยังต้องต่อสู้กับสงครามที่ยังไม่มีวันจบสิ้น เหมือนกับสิ่งที่ปรากฏออกมาอีกหลายสิบปีหลังจากสถานการณ์นี้ ซึ่งเราจะคุ้นเคยกับภาพข่าวเกี่ยวกับการสู้รบในอัฟกานิสถานตามมา เป็นข่าวของสงครามแบบเรียลไทม์ที่ยังดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน เหมือนที่ถ้อยคำของนายพล Dostum ได้พูดไว้เมื่อตอนที่พบกับเหล่าทหารสหรัฐในตอนแรกที่ว่า “ที่นี่ไม่มีทางเลือกที่เหมาะสม นี่คืออัฟกานิสถาน ที่ที่เป็นหลุมฝังศพของหลายอาณาจักร”