Categories
การ์ตูน

คู่ซี้ต่างพันธุ์ กับเรื่องราวชีวิตที่พวกเขาต้องพบเจอ

การ์ตูนอนิเมชั่นซึ้งๆเรียกน้ำตาต้องยกให้กับหนังการ์ตูน คู่ซี้ต่างพันธุ์ เพราะเป็นหนังการ์ตูนที่สื่ออารมณ์ของสัตว์สองชนิดที่เจอกันโดยบังเอิญ แต่กลับต้องมาเป็นเพื่อนกันและอยู่ในภาวะที่ตัดสินใจยากเนื่องจากทั้งคู่ที่เจอกันแม้จะคนละสายพันธุ์แต่ก็ยังมีความรู้สึกที่ดีต่อกันจึงทำให้เกิดเรื่องราว หนังการ์ตูนอนิเมชั่น ที่ค้นพบแล้วว่าเป็นหนังที่ทำให้ผู้ชมต้องน้ำตาคลอตามๆกันไปเพราะหลายเหตุผล โดยในเรื่องจะมีตัวละครหลักๆอยู่สองตัวคือ กาฟ และ เมอิโดยกาฟจะเป็น หมาป่า หาสัตว์ตามป่ากินเพื่อดำรงชีวิตอยู่รอด ส่วนเมอินั่นคือ เเกะตัวเล็กๆที่แสนจะใจดีวาจาดีหรือรวมๆแล้วคือหน้าคบหา โดยกาฟและเมอิเป็นเพื่อนกันและพยามหนีจากฝูงเพื่อมาอาศัยอยู่ลำพังเพียงสองคนเพราะเขาทั้งสองเพียงคิดว่าการอยู่ร่วมกันไม่จำเป็นจะต้องเป็นสัตว์ชนิดเดียวกันและกาฟก็คิดว่าแม้ตนเป็นหมาป่าก็ไม่จำเป็นจะต้องกินเนื้อแกะเช่นเดียวกันทั้งที่ตัวของเค้านั้นรู้ดีว่าเนื้อแกะนั่นอร่อยแสนอร่อย ทั้งนุ่มทั้งหอม และเรื่องราวของสองคู่ซี้ก็ได้ถูกเขียนขึ้นมาจากนักเขียนการ์ตูนที่ทำเอาเป็นการ์ตูนในความทรงจำที่ดูแล้วอาจทำให้นึกถึงเพื่อนขึ้นมาได้ทันทีหรืออาจจะรักเพื่อนขึ้นมาได้บ้างเลยหากดู การ์ตูน เรื่องนี้จบนั่นเอง ใครจะรู้ว่าแท้จริงใจของคนเราต่อให้เป็นคนสัตว์หรือสิ่งของก็ย่อมมีความรักได้เช่นกันบางคนอาจตามหาความรัก แม้จะรู้ว่าความรักที่ได้มานั้นเป็นสิ่งอื่นที่ไม่ใช่สิ่งเดียวกันกับเราแต่เราก็พยามที่จะรักและรักษาให้ดีที่สุดเท่าที่ชีวิตจะทำได้นั่นเอง

https://pantip.com/topic/36224409

สำหรับหนังการ์ตูน คู่ซี้ต่างพันธุ์ ได้พูดถึงเรื่องราวในคืนวันพายุกระหน่ำวันหนึ่ง

กาฟ และเมอิได้หลบหนีเสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่นจนเข้ามาอยู่ในกระท่อมเก่าๆแห่งหนึ่งจนพวกเขาได้พูดคุยกันและบังเอิญถูกคอกันพวกเขาจึงนัดกันออกมาพบกันในยามเช้าและให้คำลับหนึ่งคำเมื่อพบกันคือ คืนพายุกระหน่ำ นั่นเองแต่เมื่อทั้งคู่ได้พบกันจึงทำให้พวกเขาได้ต่างตกใจเพราะเมื่อกาฟ คือ หมาป่า ส่วน เมอิ คือเเกะทั้งคู่ต่างตกใจเมื่อกาฟเห็นเช่นนั้นก็ตกใจและแอบคิดในใจว่าถึงเมอิจะเป็นแกะแต่กาฟก็จะไม่กินเมอิ เพราะเมอิเป็นเพื่อที่ดีของกาฟหลังจากพวกเขาได้พบกันจนได้มารู้จักกันจริงๆและแอบนัดเจอกันก็ดันมีฝูงของพวกเขามาเจออยู่ด้วยกัน กาฟและเมอิได้ถูกตักเตือนและต่างคนต่างต้องมาหลอกถามความลับของกลุ่มตนเองเพื่อความอยู่รอดเมื่อทั้งคู่แอบนัดมาเจอกันที่ท่าน้ำทั้งคู่จึงคุยกันและตัดสินใจหนีไปอยู่ด้วยกันลำพังโดยทั้งคู่กระโดดน้ำลงไปและลอยไปตามสายน้ำจนสุดหูสุดตาของฝูงเมื่อลอยมาได้จนถึงฝั่งกาฟและเมอิก็เดินทางหาวิธีข้ามไปให้ไกลที่สุดจนเจอกับยอดเขาที่สูงชันและเป็นหิมะด้วยเมื่อทั้งคู่ถึงจุดหมายแล้วฝูงของกาฟก็ดันออกตามหากาฟและเมอิได้หลบหนีจนมีหิมะตกจากที่สูงทับที่ร่างของกาฟเมื่อเป็นเช่นนั้นกาฟก็ดันสลบและความจำเสื่อม เมื่อกาฟได้ฟื้นขึ้นมาจึงพบว่าตนนั้นจำอะไรไม่ได้แต่เมื่อเจอเมอิกาฟก็จะกินเมอิให้ได้เมื่อเมอิได้ยินเช่นนั้นจึงร้องให้ฟูมฟายและตัดพ้อจนเมอิได้พูดคำว่า คืนพายุกระหน่ำจึงทำให้กาฟจำได้และร้องให้กาฟและเมอิกอดกันและร้องให้จากนั้นพวกเขาก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

www.pantip.com

ความหมายแฝงของการ์ตูน คู่ซี้ต่างพันพุ์

แม้ทุกอย่างจะดูไม่ลงตัวตั้งแต่เริ่มแต่ด้วยความที่ กาฟ และ เมอิเป็นเพื่อนรักกันจึงทำให้พวกเขาเลือกที่จะมีกันเพียงลำพังแต่ใช้ชีวิตที่ดีกว่าไม่กดดันไม่เหนื่อยที่ต้องโดนคำสั่งตลอดเวลา กาฟและ เมอิ จึงเป็นเพื่อนกันตลอดไปเหมือนกับมนุษย์เราเเม้จะไม่ได้เพื่อนมนุษย์ที่ดีที่จริงใจต่อกันแต่มนุษย์เราก็ยังสามารถเป็นเพื่อนได้กับสัตว์หลายชนิดที่ซื่อสัตย์และรักเราพร้อมที่จะเดินไปกับเรานั่นเอง การ์ตูนอนิเมชั่น เรื่องนี้สอนให้รู้ถึงความรักที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนหลายๆคนที่แตกต่างกันเหมือนกับการ์ตูน คู่ซี้ต่างพันธุ์ นั่นเอง

www.pannunghd.com

Categories
หนังตลก

รีวิวแอนิเมชันสุดอลังการ ครูเอลล่า (Cruella) เรื่องราวความตลกร้ายของดีไซน์เนอร์สาวตัวแสบ

นับว่า ครูเอลล่า เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันแห่งปี 2021 ที่ได้รับการจับตามองค่อนข้างมาก เนื่องจากกระแสความโด่งดังตั้งแต่ที่เรารู้จักวายร้ายอย่างเธอในเรื่อง “101 Dalmatians” ที่เป็นหญิงวัยกลางคนผู้ร่ำรวย และเป็นผู้นำด้านแฟชั่น แต่ใครจะรู้ว่าเธอเองก็มีปูมหลังที่น่าสนใจและได้นำมาเล่าในแอนิเมชันเรื่องนี้ ถึงจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนให้สาวน้อยธรรมดา ๆ กลับกลายเป็นอาชญากรสุดแสนร้ายกาจหัวขบถ ที่ใช้แพสชั่นด้านแฟชั่นของตัวเอง

ในการโจมตีและเสียดสีสังคมได้อย่างเจ็บแสบ มาดูกันว่าอะไรกันแน่ที่เปลี่ยนสาวน้อยให้เป็นตัวร้ายกันแน่

https://hbomaxfree.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87-cruella-2021-%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2/

เรื่องราวของ ครูเอลล่า ผลงานชิ้นโบว์แดงแห่งปีจากดิสนีย์ สู่สายตาชาวโลก

จุดเริ่มต้นของ ครูเอลล่า หนังได้พาเราย้อนกลับไปช่วงที่ ครูเอลล่า การ์ตูน ไม่เคยเอ่ยถึง และมาเปิดเผยใน ครูเอลล่า 2021 ถึงชีวิตในวัยเด็กของเธอช่างน่าเศร้า เดิมทีเธอชื่อว่า “เอสเตลล่า” เธอเป็นเด็กที่เหมือนกับว่ามีสองบุคลิกในตัวคนเดียว เธอเก็บความเป็นครูเอลล่าเอาไว้พร้อมกับนิสัยบ้าคลั่งไม่สนใจโลกของเธอ แต่ใครจะรู้ว่าเธอคนนี้เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ด้านแฟชั่น และความปรารถนาสูงสุดคือการพลิกโฉมให้วงการแฟชั่นนั่นเอง แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เอสเตลล่าต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า เธอใช้ชีวิตไปวัน ๆ ด้วยการเป็นขโมยร่วมกับเพื่อนสนิทอย่าง “แจสเปอร์” และ “ฮอร์ริส” แต่เอสเตลล่าไม่ต้องการเก็บความฝันของเธอไว้แบบนั้นโดยไม่ทำอะไรเลย เธอจึงเริ่มเข้าทำงานในบริษัทแฟชั่นชั้นนำใน London เธอสร้างสรรค์ผลงานยอดเยี่ยมมากมาย จนไปสะดุดตา “บารอนเนส วอน เฮลล์แมน” สุดยอดตัวแม่สายแฟ ตัวแทนหญิงชั้นสูงในสมัยนั้นเข้า เธอมีทั้งเงินทอง บริวารและอิทธิพลอย่างมาก บารอนเนสตัดสินใจชักชวนครูเอลล่าให้มาทำงานด้วยกัน แต่แล้วครูเอลล่ากลับไปพบความจริงที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล และทำให้เธอกลายเป็นวายร้ายอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่นั้น เนื่องจากความรู้สึกที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ ได้ปลุกความเคียดแค้นในใจขึ้นมา เธอลุกขึ้นทำทุกวิถีทางต่อต้านบารอนเนส จนนำไปสู่สงครามประสาทที่เข้มข้นที่เราจะได้เห็นภายในเรื่องนี้นั่นเอง

https://thestandard.co/cruella-explore-aspect/

สนุกจริงหรือจกตา รีวิวกันแบบตรง ๆ หลังดูเรื่องนี้จบ

เชื่อเหลือเกินว่าใครที่ได้ดู ครูเอลล่า (2021) จบ สำหรับคนที่ดูเวอร์ชัน ครูเอลล่า Disney+ อาจจะอยากกลับไปดู ครูเอลล่า ดิสนีย์ แบบการ์ตูนอีกรอบเลยก็ได้ เนื่องจากสิ่งที่ตัวหนังนำเสนอนั้นเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่า “เกินความคาดหมาย” ไปมากพอสมควร พูดกันตามตรงนั้นหนังที่เล่าเกี่ยวกับประวัติของตัวละครมักจะไม่ค่อยปังเท่าที่ควร เนื่องจากต้องอาศัยเวลาในการปูปูมหลังตัวละครค่อนข้างนาน ทำให้ผู้ชมเกิดความเบื่อได้ง่าย แต่สำหรับเรื่องนี้ไม่ใช่แบบนั้นแม้แต่น้อย แต่มันกลับทำให้เรารู้สึกเข้าใจถึงหลาย ๆ การตัดสินใจของครูเอลล่าเองว่าเธอนั้นทำไมถึงได้กลายมาเป็นตัวร้ายอย่างที่เราเห็น หรือหลายอย่างเราก็เพิ่งมาเข้าใจเพิ่มขึ้นหลังจากที่ได้ดูเวอร์ชันนี้จบ เช่น ภาพจำที่ว่าเธอเป็นหญิงที่ร่ำรวยแต่ใครจะรู้ว่าแต่ก่อนเธอเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่หาเลี้ยงชีพด้วยการช่วยกันขโมยของกับเพื่อนสนิท ใครจะรู้ว่าเธอต้องจำกัดตัวเองให้อยู่แต่ในกรอบของสังคม การที่ต้องต่อสู้กับทุกสายตาที่มองว่าเธอเป็นตัวประหลาด สิ่งเหล่านี้มันไม่ง่ายเลยสำหรับเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่าง “เอสเตลล่า” จนทำให้เธอสร้างเธออีกคนขึ้นมา คนที่เข้มแข็งกว่าอย่าง “ครูเอลล่า เดอ วิล” นั่นเอง พล็อตเรื่องที่ว่าแน่น แต่โปรดักชันแน่นกว่า Speacial Effect ที่ใส่มาตลอดทั้งเรื่องบอกเลยว่าร้องว้าวกันทั้งโรงไปเลย ไม่มีคำว่าผิดหวัง อีกหนึ่งจุดสำคัญที่ไม่เอ่ยถึงเลยไม่ได้ก็คงหนีไม่พ้นดีไซน์ของแต่ละชุดที่เธอนำมานำเสนอต่อหน้าสาธารณชน ที่จิกกัดสังคมได้อย่างเจ็บแสบ อีกทั้งโปรดักชันเรื่องการเลือกเพลงที่ใช้เป็นเพลงแนวร็อคพังก์ ยุค 70S-80S ซึ่งความฮิปปี้และต้องการเรียกร้องสิทธิ์กำลังบูมในช่วงนั้น ช่วยเสริมพลังให้หนังได้อย่างดีเลยทีเดียว

Categories
Netflix

No One Gets Out Alive ห้องเช่าขังตาย หนังผีหลายประเด็นชวนให้ติดตาม

ห้องเช่าถูก ๆ ในบางทีมันมักจะแถมสิ่งที่ไม่ดีให้ผู้เช่าเสมอ หนังเรื่อง No One Gets Out Alive เป็นหนังสยองขวัญใน Netflix ที่บอกเล่าเรื่องราวของ แอมบาร์ หญิงสาวที่อพยพมาจากเม็กซิโก หวังจะมาเริ่มต้นชีวิตที่สวยงามที่ สหรัฐอเมริกา ด้วยความที่เธอเข้ามาแบบผิดกฎหมาย จึงยากที่จะได้ชีวิตที่ดีมาได้ง่าย ๆ เธอต้องทำงานในโรงงาน รายได้น้อยแต่งานหนัก เพราะถูกกดขี่จากเจ้านาย ทั้งแม่ที่ป่วยหนักที่เธอต้องดูแล เธอจึงต้องมาอยู่ ห้องเช่า ที่ถูกแสนถูกเพราะไม่ได้มีเงินเยอะขนาดนั้น แต่การมาอยู่ห้องพักถูก ๆ เช่นนี้ ทำให้เธอได้เจอกับเรื่องสยองขวัญลี้ลับที่ทำเอาเธอแทบจะเป็นบ้า

ที่มา : https://www.extremeit.com

No One Gets Out Alive กับการแซะชีวิตสวยหรูในสหรัฐอเมริกา

อเมริกาในภาพฝันของทุกคน คือการเป็นอยู่ที่ดี สุขสบาย ผู้คนน่ารัก บ้านเมืองน่าอยู่ แต่ในนหนังเรื่อง No One Gets Out Alive นำเสนอในอีกมุมหนึ่งของอเมริกา ที่ต้องดิ้นรนเป็นอย่างมากในการใช้ชีวิต ทั้งการงานที่ต้องใช้แรงงานหนักแต่ได้เงินเพียงนิดเดียว การถูกกดขี่ข่มเหงจากเจ้านายผิวขาวของสหรัฐอมริกา แอมบาร์ต้องยอมทุกอย่างเพื่อที่จะได้มีงานและมีเงิน No One Gets Out Alive หนังใน Netflix ที่เป็นมากกว่าหนังผี นอกจานั้นแล้วยังมีเรื่องของเพื่อนร่วมงานในที่ทำงาน ที่ทำเหมือนกับว่าจริงใจและเป็นมิตร สุดท้ายก็โกงกินกันซึ่ง ๆ หน้า

หลังจากนั้นแอมบาร์จำใจต้องมาพัก ห้องเช่า ที่ราคาถูกมาก ๆ เนื่องจากต้องการประหยัดเงิน แต่ก็ต้องเจอกับเจ้าของที่พักที่ดูไม่ค่อยน่าไว้ใจเอาเสียเลย ที่สำคัญ ห้องเช่า ถูก ๆ ห้องนี้ยังพาเธอไปกับเจอกับเรื่องราวแปลก ๆ ที่ชวนขนหัวลุกและเป็นปริศนาให้เธอได้หาคำตอบ

ที่มา : https://www.moviesmanha.xyz/no-one-gets-out-alive-2021-hindi-dubbed-full-movie-watch-download/

No One Gets Out Alive การยึดติดกับครอบครัว ที่ทำให้ชีวิตเราแย่ลง

โดยส่วนมากแล้ว สังคมจะสอนให้เรารักและดูแลครอบครัว แต่ในหนังเรื่อง No One Gets Out Alive จะนำเสนอการใช้ชีวิตภายในครอบครัวที่เป็นพิษ เหมือนกับในฉากหนึ่งที่เพื่อร่วมงานของแอมบาร์ในที่ทำงานนั้นพูดกับเธอว่า บางทีครอบครัวก็ทำให้ชีวิตของเราลำบาก การมีอยู่ของพวกเขาทำให้เราลำบากใจ หนัง Netflix เรื่องนี้จะเผยเรื่องราวของแอมบาร์ว่า เธอนั้นต้องดูแลแม่ที่ป่วยอยู่อย่างใกล้เสมอมา ทำให้การใช้ชีวิตของเธอนั้นยากลำบากและไม่เป็นอิสระ ต้องลำบากทำงานหนัก โดนกดขี่ข่มเหงรังแกจากเจ้านายอเมริกา ทั้งยังต้องมาอยู่ ห้องเช่า ที่แสนจะเก่าและเส็งเคร็ง แถมยังต้องเจอกับเรื่องสยองขวัญชวนขนหัวลุกอีกด้วย หนังกำลังจะบอกเราว่า การมีครอบครัวไม่ใช่เรื่องที่ดีกับเราตัวเลย มีแต่จะพาเราลำบากและฉุดรั้งเราให้แย่ลงไปอีกด้วย

ที่มา : https://bloody-disgusting.com/reviews/3684679/review-no-one-gets-out-alive-delights-surprising-twist-haunted-house/

No One Gets Out Alive หนังผีหลายประเด็นที่ทำให้หนังมีมิติที่แปลกใหม่

ต้องบอกว่าหนังเรื่อง No One Gets Out Alive เป็นหนังผีที่ไม่ได้มีแค่ความน่ากลัวเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ให้ผู้ชมนั้นได้ติดตามกันอีกด้วย ทั้งประเด็นเรื่องของการใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกาที่ไม่ได้สุขสบายอย่างที่คิด ทั้งลำบากและอยู่ยาก แถมผู้คนในอเมริกาก็ไม่ได้น่ารักและใจดีอย่างที่หลายคนหวังไว้ ประเด็นของครอบครัวที่ไม่ใข่เซฟโซนอย่างที่หลาย ๆ คนคิด หนังผี Netflix เรื่องนี้ มีความแปลกใหม่ เพราะผีในเรื่องนั้น มีการเล่นการทำพิธีกรรมบางอย่างเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ที่จิตป่วย ซึ่งพิธีนั้นทำโดยการใช้ผู้หญิงในการบูชายันต์ให้กับปีศาจ โดยมีการทำพิธีในชั้นใต้ดินของ ห้องเข่า ที่สุดแสนจะน่ากลัวนี้

ใครที่เบื่อหนังผีแบบเดิม ๆ อยากให้ลองเปิดใจดูหนังเรื่องนี้ เพราะไม่ได้มีแค่ความน่ากลัวของผีเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายประเด็นให้ชวนคิด ทั้งครอบครัว ชีวิตในอเมริกา เพื่อนร่วมงานที่ไม่น่าไว้ใจ สามารถติดตามหนังเรื่อง No One Gets Out Alive ได้ที่ Netflix ได้แล้ววันนี้ เตรียมไปรับความหลอนแบบเต็มพิกัดกันได้เลย

Categories
Netflix

Kate

Kate เมื่อเธอเหลือเวลาตามล้างแค้นแค่ 1 วัน

     Kate เรื่องราวของนักฆ่าสาวมือฉมังในประเทศญี่ปุ่น เธอชื่อว่า เคท เคทเป็นนักฆ่าที่ไร้ซึ่งความปราณี เธอถูกฝึกให้ฆ่าไม่เลี้ยงตั้งแต่ยังเด็ก วันหนึ่งเธอพลาดท่าถูกวางยาพิษจากแก๊งยากูซ่าในโตเกียว ทำให้เธอเหลือเวลาแค่ 1 วันเท่านั้นก่อนจะตาย เคทตัดสินใจ เดินทางตามล่าคนที่วางยาเธอ โดยไม่เกรงกลัวต่ออันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น Kate หนังแอคชัน เข้าใหม่ใน Netflix ฉากบู๊มันส์ยิบ เป็น หนังแอคชัน บรรยากาศใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน

Kate
ที่มา : https://www.nanatv.co/kate-movie/

Kate ฉากต่อสู้มันส์หยด ไม่มีผิดหวัง

     Kate เป็น หนังแอคชันใหม่ ฉายใน Netflix ที่ในฉากมีการต่อสู้หลายรูปแบบให้เราได้เห็น ทั้งปืน ต่อสู้มือเปล่า การใช้ดาบของทางฝั่งญี่ปุ่น ทำให้ Kate เป็นหนังที่มีบรรยากาศและการดำเนินเรื่องที่น่าติดตามมาก ไม่น่าเบื่อเลย ซึ่งตัวเอกของเรื่องก็แสดงได้ดีมาก เคท รับบทโดย แมรี่ อลิซาเบท วินสตีด การแสดงของเธอใน หนังแอคชัน เรื่องนี้ต้องบอกว่าทั้งสวยและเท่ในเวลาเดียวกัน ตัวนักแสดงมีความฉลาด เด็ดขาด ปราดเปรียวและใจถึง ซึ่งแมรี่คนเดียวเอาอยู่ทั้งเรื่อง 

     ซึ่ง หนังแอคชัน เรื่องนี้ก็ไม่ได้มีแค่มุมแอคชันมุมเดียวเท่านั้น ยังมีปมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิต เกี่ยวกับครอบครัวเต็ม ๆ หนังจะพาเราไปรู้จักกับ Kate ในหลาย ๆ มุม ที่เธอเองไม่ใช่แค่นักฆ่าที่ไร้ปราณีเท่านั้น เธอยังมีความอ่อนแอและอ่อนไหวในใจอีกมาก

Kate
ที่มา : https://technosports.co.in/2021/08/06/kate-netflix-has-dropped-the-trailer-of-an-assassin-thriller/

Kate ผู้หญิงต้องการแค่ครอบครัวจริง ๆ 

     ถ้าหากดูให้ดี ๆ หนังแอคชันใน Netflix เรื่องนี้ จะทำให้เราเห็นว่า เคท นั้นอ่อนไหวกับคำว่าครอบครัวมาก เพราะเธอเสียครอบครัวไปตั้งแต่เด็ก แต่ วี ได้นำเธอมาเลี้ยงและฝึกให้เธอให้เป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุด Kate รักวีเหมือนเป็นพ่อแท้ ๆ และเมื่อโตขึ้น เคท ก็คิดที่จะวางมือจากการเป็นนักฆ่า และมีครอบครัวเป็นของตนเอง 

     หนังแอคชัน เรื่องนี้ จะดำเนินเรื่องให้เคทได้มาเจอกับ อานิ สาวน้อยที่เป็นหลานของตระกูลแก็งยากูซ่า ที่เคทจับเอาไว้เป็นตัวล่อ ด้วยความน่ารักและสดใส กล้าพูดกล้าทำของอานิ ทำให้ระหว่างนั้นเองที่ทั้งคู่เริ่มสนิทและผูกพันกัน เคทกับอานิในเรื่องคล้ายกันตรงที่ สูญเสียครอบครัวไปเหมือนกัน ทำให้ทั้งคู่ต่อกันติดได้ไม่ยาก 

     อานิเติบโตมาในครอบครัวของแก็งยากูซ่า ที่เอาแต่มองเห็นความสำคัญของธุรกิจและอำนาจ จนลืมสนใจความรู้สึกของเธอ แท้ที่จริงแล้ว อานิ เพียงแค่ต้องการคนที่รักเธอเท่านั้นเอง ไม่ได้ต้องการอำนาจหรือเงินทองเลย

Kate
ที่มา : https://www.patsonic.com/movie/review-kate/

Kate คนที่ไว้ใจ ร้ายที่สุด 

     Kate เรื่องราวของแก็งยากูซ่า ที่เอาแต่ระวังคนภายนอก จนลืมดูคนในครอบครัวตนเอง ลืมมองไปว่าคนของตนเองนี่ล่ะที่ต้องการจะเป็นใหญ่ ต้องการจะมีอำนาจเพียงผู้เดียว ถึงขนาดจะต้องหักหลังพวกพ้องพี่น้องของตน เพื่อให้ตนได้ผลประโยชน์แต่ฝ่ายเดียว 

     หนังแอคชัน เรื่องนี้จะพาเราไปสู่จุดพีคของเรื่อง ที่ทำให้คนดูสะเทือนใจ เพราะคนที่เคทไว้ใจที่สุด กลับกลายเป็นคนที่หลอกใช้เธอเสียเอง คนที่เคทเคารพนับถือและรักเหมือนคนในครอบครัวกลับหักหลังเธอ ซึ่งหนังแอคชันใน Netflix เรื่องนี้จะพาเราไปพบกับจุดพีคและไคลแม็กซ์ในตอนจบของเรื่อง ซึ่งหนังก็ทำออกมาได้ดีที่ทำให้คนดูจับทางไม่ค่อยได้ อีกทั้งการดำเนินเรื่องยังน่าติดตามเกินกว่าจะไปโฟกัสในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น 

Kate กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นจ๋า ทำให้หนังมีมิติมากขึ้น

     ที่โดดเด่นไม่แพ้เนื้อหาและตัวละครก็คงจะเป็น Mood and Tone ของ หนังแอคชัน เรื่องนี้แหละ เนื่องจากเรื่องราวเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ตัวหนังก็ใส่ความเป็นญี่ปุ่นเข้ามาเต็มที่ ทั้งแสงสี Mood และ Tone ที่ทำให้หนังดูไม่ดิบเถื่อนหรือแข็งทื่อจนเกินไป มีการใส่เพลงญี่ปุ่นเข้ามาแทรกใหลาย ๆ ฉาก ซึ่งต้องบอกว่า เพลงเพราะมาก ๆ ทุกเพลง 

     หนังใน Netflix เรื่องนี้ มีความพิเศษตรงที่ถ่ายทำในประเทศไทย แต่ได้มีการจัดฉากให้เป็นประเทศญี่ปุ่นได้อย่างสวยงามและสมจริง เราจะเห็นความเป็นญี่ปุ่นได้จากหนังเรื่อง Kate ทั้งไฟในฉาก ร้านค้าร้านอาหาร ถนน รวมไปถึงบ้านเรือน ที่ทำให้คนดูสนุกไปกับภาพตรงหน้าที่แปลกแต่ค่อนข้างลงตัวกับการเห็นคนตาน้ำข้าวในฉากเอเชียอย่างญี่ปุ่น

Categories
Netflix

A Werewolf Boy

A Werewolf Boy เพื่อนที่จริงและซื่อสัตย์เสมอ

     A Werewolf Boy เรื่องราวของ ซูนี เด็กสาวที่ร่างกายอ่อนแอ เธอจึงได้ย้ายบ้านมาอยู่ชนบทเพื่อรักษาตัว วันหนึ่งเธอได้พบกับเพื่อนใหม่ ช็อลซู ชายหนุ่มที่ได้เติบโตมาท่ามกลางการเลี้ยงดูจากครอบครัวหมาป่า ทำให้มีพฤติกรรมทุกอย่างคล้ายกับ สุนัข ทั้งคู่ได้ใช้เวลาด้วยกัน เล่นด้วยกัน จนเกิดเป็นมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ แต่การอยู่ร่วมกันของคนกับ หมาป่า จะเป็นไปได้งั้นหรือ?

A Werewolf Boy
ที่มา : https://www.netflix.com/th-en/title/70260991

A Werewolf Boy ดูแล้วจะอุทานแต่คำว่าน่ารักออกมา

     A Werewolf Boy เล่าถึงเรื่องราวการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ กับ มนุษย์หมาป่า เป็นภาพยนตร์ที่ดำเนินเรื่องออกมาได้อย่างน่าติดตามและดูได้เรื่อย ๆ เลย เพราะด้วยความที่ ช็อลซู นั้นไม่เคยเรียนรู้วิถีของมนุษย์มาก่อน เลยทำให้เราได้หลุดขำอยู่หลายฉากเลยทีเดียว โดยเฉพาะในเรื่องของการกิน ช็อลซูก็จะแสดงวิสัยความเป็น สุนัข ออกมา เขาจะกินมูมมามทุกครั้ง ทำเอาคนในครอบครัวกินตามไม่ทันเลยทีเดียว 

     และด้วยสัญชาตญาณของ สุนัข ช็อลซู ก็มักแสดงออกมาอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา เช่น ถูกขัดใจเพียงนิดหน่อยก็จะขู่ อะไรไม่ได้ดั่งใจก็จะกระวนกระวายเดินไปเดินมา โดยเฉพาะตอนโกรธ หรือตอนที่เห็นคนมารังแก ซูนี หรือนางเอกของเรื่อง ช็อลซู ก็จะกลายร่างเป็น หมาป่า เข้าโจมตีศัตรูทันที 

     ยิ่งเป็นฉากที่ ช็อลซู เล่นกับเด็ก ๆ มันทำให้เรามองเห็นลูก สุนัข ที่กำลังเล่นซนอยู่กับพวกเด็ก ๆ อย่างสนุกสนาน เราจะรู้กันดีว่า สุนัข นั้นมีนิสัยขี้เล่นและรักเด็ก ๆ มาก ซึ่งในส่วนนี้ผู้กำกับก็ได้เก็บทุกรายละเอียดจริง ๆ ที่สามารถใส่บุคลิกของสุนัขเข้ามาในตัวละครได้

A Werewolf Boy
ที่มา : https://alittleparfait.com/2013/02/22/review-a-werewolf-boy/

A Werewolf Boy มุมมองของสัตว์เลี้ยงที่มีต่อเจ้าของ 

     สำหรับใครที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นของตนเอง โดยเฉพาะน้องหมา ดูเรื่องนี้แล้วอินจนน้ำตารื้นแน่นอน ฉากในหนังหลายฉากที่สะท้อนเหตุการณ์ใกล้ตัวของเรากับ สุนัข เช่น ฉากที่ซูนีสอนช็อลซู เขียนหนังสือ สอนผูกเชือกรองเท้า สอนให้กินแบบไม่มูมมาม พูดง่าย ๆ คือสอนให้ช็อลซูได้เรียนรู้วิถีของมนุษย์ ซึ่งช็อลซูก็ฉลาดและเรียนรู้ไวมาก ซูนีก็จะลูบหัวแล้วก็ชมเขาว่า “เก่งมาก” ทุกครั้ง 

     เรื่อง A Werewolf Boy ฉากที่นางเอกออกไปทำธุระหรือไปข้างนอกช็อลซูก็จะนั่งคอยหน้าประตูจนกว่าเธอจะกลับมา แล้วพอเธอกลับมาช็อลซูก็จะยิ้มดีใจ ตัวดุ๊กดิ๊กไปมาด้วยความตื่นเต้นที่ได้เห็นหน้าเจ้าของอีกครั้ง เหมือนกับ สุนัข ของเราที่เวลาเราไปไหน พอกลับถึงห้องก็จะเห็นเลยว่าพวกเขารอเราอยู่และดีใจแค่ไหนที่ได้เจอเรา

A Werewolf Boy
ที่มา : https://www.themoviebeat.com/a-werewolf-boy/

A Werewolf Boy สัตว์ก็มีหัวใจ พวกมันแค่พูดไม่ได้

     A Werewolf Boy ก็จะมีอีก 1 ตัวละครที่ทำเอาคนดูหมั่นไส้มาก ๆ จีแท หนุ่มมาดกวนที่เป็นคนซื้อบ้านให้ครอบครัวนางเอกอยู่ เขาแอบชอบนางเอกและเมื่อเห็นว่า มีมนุษย์ หมาป่า เข้ามาอยู่ในบ้าน เขาจึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะกำจัดช็อลซู จีแทสร้างเรื่องใส่ร้ายช็อลซูสารพัด โดยที่เขาไม่สามารถแก้ตัวได้ เพราะพูดไม่ได้ จีแทกุเรื่องจนคนอื่น ๆ ต่างก็มองช็อลซูเป็นสัตว์ประหลาดที่ดุร้ายตัวหนึ่ง ฉากนี้เชื่อว่าคนดูทุกคนน่าจะอึดอัดจนอยากต่อยหน้าจีแทเข้าสักที 

     ในฉากที่ จีแท แสร้งทำเป็นพูดดีกับช็อลซู พร้อมทั้งลูบหัวเขา ทำให้ช็อลซูเชื่อฟังเพราะคิดว่าจีแทเป็นมิตร จนทำให้ช็อลซูพลาดท่า ตกเป็นเหยื่อของจีแท และทำให้เรื่องวุ่นวายจนทุกคนมองช็อลซูเป็น หมาป่า ที่โหดร้ายและสมควรโดนกำจัดทิ้ง 

A Werewolf Boy ซง จุงกิ กับการแสดงเข้าถึงบทบาทสุดยอดเยี่ยม 

     นักแสดงหนุ่มมากความสามารถอย่าง ซง จุงกิ ในเรื่อง A Werewolf Boy เขาก็สามารถทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เขาสามารถเข้าถึงบทบาทการเป็น สุนัข ได้อย่างแท้จจริง เราว่าผู้กำกับละเอียดในเรื่องของการใส่รายละเอียดของคาแรคเตอร์แล้ว นักแสดงก็ละเอียดในเรื่องของการถ่ายทอดคาแรคเตอร์นั้นออกมาเหมือนกัน จุงกิ เก็บทุกอย่างตั้งแต่แววตา ท่าทาง เสียงร้องฮือในลำคอ และตอนที่กำลังเล่นสนุก ทำให้คนดูเชื่อจริง ๆ ว่าเขาเป็น สุนัขจริง ๆ ซง จุงกิ แสดงออกมาได้ดีทั้งความเป็นสุนัข และแม้กระทั่งตอนที่ต้องโหดเหี้ยมเหมือน หมาป่า รับชมภาพยนตร์เรื่อง A Werewolf Boy ได้แล้วที่ Netflix วันนี้

Categories
หนังแอ็คชั่น

Extraction

Extraction

ประเภท : แอคชั่น ลึกลับ ระทึกขวัญ

ความยาว : 1 ชั่วโมง 57 นาที

คะแนนโหวตจากผู้ชมทั่วโลก : 69%

Extraction
ที่มาจาก : https://www.netflix.com/title/80230399

ข้อมูลภาพยนตร์

      ทหารรับจ้าง ตลาดมืดที่ไม่มีอะไรจะเสียได้รับการว่าจ้างให้ช่วยเหลือลูกชายที่ถูกลักพาตัวไปของอาชญากรนานาชาติที่ถูกคุมขัง แต่ในโลกอันมืดมิดของผู้ค้าอาวุธและผู้ค้ายาเสพติด ภารกิจที่อันตรายถึงตายได้เข้าใกล้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้

เรต : R (มีการใช้ยาเสพติด มีการใช้กำลังและความรุนแรง และการใช้ภาษา

ผู้กำกับ : แซม ฮาร์เกรฟ

ผู้ผลิต : Eric Gitter , Chris Hemsworth , Mike Larocca , Joe Russo , Anthony Russo

ผู้เขียนบท : โจ รุสโซ

บริษัทโปรดักชั่น : TGIM Films, อินเดีย Take One Productions, Thematic Entertainment, AGBO

รีวิวภาพยนตร์

      Extraction เป็นภาพยนตร์ Original Netflix ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร Marvel Cinematic Universe แต่คุณจะรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายเล็กๆเมื่อคุณรู้ว่าใครที่สร้างและกำกับเรื่องนี้ขึ้นมา ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย คริส เฮมส์เวิร์ธ หรือที่รู้จักในชื่อธอร์ เขียนบทโดย Joe Russo ผู้ร่วมกำกับภาพยนตร์ Avengers สองเรื่องล่าสุด และกำกับการแสดงโดยแซม ฮาร์เกรฟ ผู้ซึ่งเปิดตัวการกำกับเรื่องแรกของเขาหลังจากทำงานเป็นผู้ประสานงานสตั๊นท์แมนในภาพยนตร์ Marvel หลายเรื่อง

 เรื่องนี้ คริส เฮมส์เวิร์ธ รับบทเป็น ไทเลอร์ เรค “ทหารรับจ้างในตลาดมืดที่กล้าหาญ” ซึ่งทักษะการต่อสู้ต่างๆของเขา ถูกเรียกร้องออกมาใช้งานเมื่อโอวี (รุดห์รักช์ ไจสวาล) ลูกชายของเจ้าพ่อค้ายานานาชาติ ถูกลักพาตัวโดยราชายาเสพติดที่เป็นคู่แข่งกัน ไทเลอร์และทีมมีแผนที่จะช่วยเหลือโอวีแต่มันกลับเต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรคที่มีความยุ่งยากเล็กน้อย และเมื่อ ซาจู (แรนดีพ ฮูดา) ลูกน้องของพ่อของโอวี เข้าไปยุ่งโดยไม่ทราบสาเหตุ ไทเลอร์ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องโอวี สิ่งต่อไปนี้เป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเลือดและกระสุนปืนที่แทบจะทำให้ผู้ชมไม่กระพริบตาจากฉากไล่ล่าที่น่าตื่นเต้น เมื่อผู้กำกับอย่าง ฮาร์เกรฟ ที่เป็นคนล่าสุดในกลุ่มผู้ประสานงานการแสดงผาดโผนที่ผันตัวมาเป็นผู้กำกับ (รวมถึง David Leitch จากHobbs & Shaw และ Chad Stahelski จากซีรี่ส์ John Wick) กำลังจะบอกว่าเขาใช้ทักษะการแสดงความสามารถของเขาให้เกิดประโยชน์ แทนที่จะเป็นบทพูด เขาจะเน้นให้มีฉากโดดเด่นหลายฉาก และส่วนสำคัญที่น่าติดตามของภาพยนตร์เรื่องนี้คือฉากของการไล่ล่าแบบใช้รถยนต์และการไลล่าที่บ้าระห่ำเป็นเวลา 12 นาที ซึ่งได้รับการถ่ายทำอย่างต่อเนื่องและวางมุมกล้องอย่างชาญฉลาดเพื่อให้ดูเหมือนใช้เวลาต่อเนื่องยาวนาน ทำให้ผู้ชมคิดไปถึงการถ่ายทำว่า “พวกเขาทำอย่างนั้นได้อย่างไร” ซึ่งรวมไปถึงช่วงเวลาที่ทั้งกล้องย้ายเข้าไปอยู่ในรถขณะที่รถอยู่ในการเคลื่อนไหว และตัดภาพออกมาที่ฉากไล่ล่าโดยรวมเสมือนว่าผู้ชมเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ

      ในส่วนฉากแอคชั่นของ Extraction ทำได้ค่อนข้างยอดเยี่ยมตลอดทั้งเรื่อง และสำหรับความสมเหตุสมผลของเรื่องราวทำหน้าที่เป็นเพียงสิ่งที่ทำให้พอรับรู้ความเป็นไปเป็นมาเท่านั้น โดยภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากนิยายเรื่อง Ciudad ที่เขียนโดย โจ รุสโซ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเขาจึงย้ายฉากในเรื่องจากประเทศปารากวัยไปยัง กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศแทน เซ็ตฉากให้มีความโกลาหลบนท้องถนนที่คับคั่งของกรุงธากา ซึ่งภาพที่ออกมามันช่วยเพิ่มความตึงเครียด เร้าอารมณ์คนดูได้มาก แต่ก็มีจุดสังเกตุเล็กน้อยจากปัญหาการเล่าเรื่องในตอนเริ่มต้น เนื่องจาก ฮาร์เกรฟ และ รุสโซ เลือกที่จะนำเสนอสู่จุดสิ้นสุดของเรื่องราวอย่างชัดเจน จากนั้นจึงย้อนเวลากลับไปเพื่อดูว่าทุกอย่างเริ่มต้นอย่างไร เป็นแนวคิดที่ใช้มากเกินไปซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจทำให้ผู้ชมพอเดาถึงบริบทและตอนจบของเรื่องออก และเมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ดำเนินไป ก็ยิ่งเข้าใจได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ว่าใครกำลังทำงานกับใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคู่แข่งสองคนมารวมตัวกันแบบไม่มีที่มาที่ไป และสำหรับตัวนำอย่างเฮมส์เวิร์ธ ก็มีบทบาทอย่างมากในการแสดงของเขา นอกเหนือจากการแสดงเป็น ธอร์ เฮมส์เวิร์ธ ยังพยายามให้คำจำกัดความตัวเองว่าเป็นนักแสดงที่สามารถรับได้หลายบทบาท และฝีมือเขาก็ยังดีพอๆ กับดารานักแสดงคนอื่นๆอีกด้วย จึงสรุปได้ว่า Extraction เป็นหนึ่งในภาพยนตร์แอคชั่นที่ดูเอาเพื่อความมันส์อย่างเดียวพอ มันสนุกที่สุดสำหรับฉากการต่อสู้และการไล่ล่าที่เข้มข้น หากคุณไม่คิดถึงความสมเหตุสมผลและเข้าใจกับสิ่งเหล่านั้นได้ มันก็เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ควรค่าแก่การรับชมเลยทีเดียว

Categories
หนังแอ็คชั่น

12 Strong

12 Strong

ประเภทภาพยนตร์ : แอคชั่น / ดราม่า / สงคราม 

ความยาว : 2 ชั่วโมง 10 นาที

คะแนนความนิยมจากผู้ชมทั่วโลก : 62%

ข้อมูลภาพยนตร์

12 Strong
ที่มาจาก : https://www.imdb.com/title/tt1413492/

ภาพยนตร์เรื่อง 12 Strong กล่าวถึงหลังเหตุการณ์วันที่ 11 กันยายน เมื่อ กัปตัน มิทช์ เนลสัน นำทีม กองกำลังพิเศษของสหรัฐฯ  เข้าสู่อัฟกานิสถานเพื่อทำภารกิจที่อันตรายอย่างยิ่ง เมื่อไปถึงที่นั่น เหล่าทหารได้พัฒนาความร่วมมือกับกลุ่มกองกำลังในพื้นที่เพื่อร่วมกันกำจัดกลุ่มตอลิบานและพันธมิตรอัลกออิดะห์ เนลสันและกองกำลังของเขาทราบว่าฝ่ายศัตรูมีอาวุธและมีจำนวนมากกว่า ฝ่ายสหรัฐต้องเผชิญกับอุปสรรคในการต่อสู้กับศัตรูที่โหดเหี้ยม และถือเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจไล่ล่า อุซามะฮ์ บิน ลาดิน ผู้ก่อการร้ายที่อยู่เบื้องหลัง เหตุการณ์ 9/11

ผู้อำนวยการสร้าง : Nicolai Fuglsig

ผู้ผลิต : เจอร์รี่ บรั๊คไฮเมอร์ , มอลลี่ สมิธ , แธด ​​ลัคคินบิล , เทรนต์ ลัคคินบิล

ผู้เขียนบท : เท็ด ทอลลี่ , ปีเตอร์ เครก

รายได้ Box office USA : $44.3M

ผู้จัดจำหน่าย : Warner Bros. Pictures

โปรดักชั่น : Alcon Entertainment, Jerry Bruckheimer Films, Black Label Media

ระบบเสียง : Dolby Atmos

รีวิวภาพยนตร์

      ภาพยนตร์เรื่อง 12 Strong  บอกเล่าเรื่องราวของหนึ่งในภารกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์การทหารของสหรัฐ เป็นเวลาเพียงสามสัปดาห์ เหล่าทหารทั้ง 12 คนของหน่วย Green Berets ที่ได้รับคำสั่งให้เข้าไปปฏิบัติภารกิจ และด้วยความช่วยเหลือของนายพล Abdul Rashid Dostum แห่ง Northern Alliance พวกเขาได้ร่วมกันต่อสู้กับ กลุ่มตอลิบาน  ภายใต้ภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวยและไม่คุ้นเคยเพื่อยึดเมือง Mazar-i-Sharif ที่ถูกยึดครอง ในเรื่อง 12 Strong นี้ พระเอกอย่าง Chris Hemsworth ทิ้งค้อนอันทรงพลังของ Thor และเปลี่ยนบทบาทมารับบทเป็นทหารหน่วย Green Beret โดยรับบทเป็นผู้นำหน่วย ซึ่งตัวจริงที่เข้าไปปฏิบัติภารกิจชื่อ Mitch Nelson โดยอ้างอิงจากสถานการณ์จริง เมื่อ เหตุการณ์ 9/11   เกิดขึ้น เขารีบเข้ามารายงานตัวเพื่อขอการปฏิบัติหน้าที่ทันที โดยขอให้ทีมของเขาถูกเรียกตัวกลับเข้าสนามรบเพื่อต่อสู้กับกลุ่มตอลิบาน กับคำพูดจี้ใจดำ “คุณทำให้ทีมของเขาแตกสลาย” จากคำพูดนี้ของ คาล สเปนเซอร์ (ไมเคิล แชนนอน) ได้แนะนำว่าควรส่งเขาออกไปปฏิบัติหน้าที่ ถ้าไม่ส่งไปมันจะเหมือนกันคำเปรียบเปรยที่ว่า “คุณกำลังตัดหัวงูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดของคุณออก” ดังนั้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทีมปฏิบัติการก็ได้ถูกส่งไปยัง อัฟกานิสถาน โดยได้รับคำสั่งให้ร่วมทีมกับนายพล Abdul Rashid Dostum  ซึ่งในตอนนั้นถือว่าเป็นพันธมิตรทางเหนือของ กองทัพสหรัฐ อยู่ และหลังจากการตรวจสอบข้อมูลและจำนวนของกลุ่มตอลิบานทำให้ทราบว่าอีกฝ่ายมีอาวุธมากกว่า และมีจำนวนมากกว่าราว 5,000 ต่อ 1 ทำให้พวกเขาจำต้องเข้าใจ และอดทนกับความไม่สบายใจนี้ และต้องอดทนต่อการที่จะต้องยอมรับว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะกลุ่มตอลิบานบนสถานที่ที่เปรียบเสมือนบ้านของพวกเขาเอง

  ในภาพยนตร์เรื่องนี้เราได้เห็นการสร้างที่นำเอาการ สู้รบบนหลังม้า กลับมานำเสนออีกครั้ง เราได้เห็นการสู้รบสมัยใหม่บนหลังม้าบนหน้าจอขนาดใหญ่ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นจริงในอัฟกานิสถาน ซึ่งหน่วย Green Berets ค้นพบวิธีการขนส่งที่ดีที่สุดผ่านภูมิประเทศที่เป็นหินขรุขระให้สามารถฟันฝ่าไปถึงจุดหมายได้โดยอยู่บนหลังม้า ประกอบกับฉากการสู้รบ รวมไปถึงรถถังประจัญบานของตอลิบานที่เขามาปะทะกับกลุ่มของทหารม้า และเครื่องยิงจรวดจากตอลิบานที่ยิงถล่มใส่บรรดาทหารเป็นระยะๆ ทำให้เกิดภาพที่น่าทึ่งและน่าติดตามรับชม 

      เช่นเดียวกับการเกริ่นนำในช่วงต้นเรื่อง ในนาทีแรกเราเห็น เนลสัน สเปนเซอร์ และ จ่าสิบเอกแซม ดิลเลอร์ (ไมเคิล เปนญา) กับครอบครัวอันเป็นที่รักของพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะถูกส่งไปยังสนามรบ เป็นการเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจความเป็นมาของตัวละคร และเพื่อสร้างความเห็นอกเห็นใจต่อตัวละคร ในภาพยนตร์ 12 Strong พวกเขาเป็นผู้ชายในครอบครัวที่ขับกำลังทำหน้าที่ด้วยสำนึกในหน้าที่ต่อประเทศของตน และในฐานะที่พวกเขาเป็นทหารอเมริกันกลุ่มแรกที่เข้าปะทะกับ กลุ่มตอลิบาน หลังเหตุการณ์ 9/11 พวกเขาต้องเผชิญกับช่วงการสู้รบที่เดิมพันสูง และในที่สุดก็มาเข้าใจว่านี่จะเป็นสงครามแห่งชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่มีจุดสิ้นสุดที่ชัดเจน พวกเขาอาจชนะการต่อสู้ในครั้งนี้ แต่สุดท้ายสหรัฐก็ยังต้องต่อสู้กับสงครามที่ยังไม่มีวันจบสิ้น เหมือนกับสิ่งที่ปรากฏออกมาอีกหลายสิบปีหลังจากสถานการณ์นี้ ซึ่งเราจะคุ้นเคยกับภาพข่าวเกี่ยวกับการสู้รบในอัฟกานิสถานตามมา เป็นข่าวของสงครามแบบเรียลไทม์ที่ยังดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน เหมือนที่ถ้อยคำของนายพล Dostum ได้พูดไว้เมื่อตอนที่พบกับเหล่าทหารสหรัฐในตอนแรกที่ว่า “ที่นี่ไม่มีทางเลือกที่เหมาะสม นี่คืออัฟกานิสถาน ที่ที่เป็นหลุมฝังศพของหลายอาณาจักร”

Categories
หนังใหม่

THE SUICIDE SQUAD 2021

รีวิวหนังใหม่ : THE SUICIDE SQUAD 2021 เดอะ ซุยไซด์ สควอด

ชื่อเรื่อง : THE SUICIDE SQUAD 202

นักแสดง : IDRIS ELBA , JOHN CENA , MARGOT ROBBIE

IMDb : 7.4/10

วันที่ฉาย : 2 กันยายน 2564

ความยาว : 2 ชั่วโมง 12 นาที

THE SUICIDE SQUAD
ที่มาภาพ : https://newmagazinresearch.com/the-suicide-squad-2021-review/

สำหรับการ รีวิวหนังใหม่ วันนี้จะมาพูดถึงหนังอีกเรื่อง ที่ถูกเลื่อนฉายในบ้านเราไม่หลายต่อหลายครั้ง และก็เป็นหนังที่เคยสร้างความสนุกให้กับผู้คนอย่างมากมาย สำหรับ “THE SUICIDE SQUAD” โดยในครั้งนี้ได้กลับมาสร้างความสนุกอีกครั้งและยังถือได้ว่าเป็นการรีบูทจากของเดิมเมื่อปี 2016 ที่ผู้กำกับอย่าง “เดวิด เอเยอร์” ทำไว้ซึ่งในตอนนั้นถือว่าหนังเรื่องนี้ ไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ สำหรับ THE SUICIDE SQUAD 2021 นั้นเป็นจังหวะพอดีกับที่ผู้กำกับอย่าง “เจมส์ กันน์” เพิ่งถูก Disney ไล่ออกจากโปรเจกต์ Guardians of the Galaxy Vol. 3 เลยได้รับโอกาสนี้ในการทำหนัง โดยเจมส์ กันน์นั้นได้มีการนำเสนอสิ่งใหม่ รวมถึงไอเดียต่างๆ ใหม่ทั้งหมดและได้มีการเปลี่ยนชื่อจาก Suicide Squad 2 เป็น The Suicide Squad ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังภาคต่อของ Suicide Squad 2016 แต่เป็นการรีบูทใหม่ทั้งหมด แต่ถึงอย่างไรนั้นผู้กำกับอย่างเจมส์ กันน์ก็ยังคงได้เรียกนักแสดงตัวเก่าอย่าง “DEADSHOT” กลับมาอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่จะให้ “ไอดริส เอลบ้า” มารับบทนักแม่นปืนแทน วิล สมิธ ที่เป็นคนแสดงในภาค 2016 แล้วก็ “มาร์โก ร็อบบี” มารับบทเป็น HARLEY QUINN อีกด้วย

เนื้อเรื่องย่อของ THE SUICIDE SQUAD 2021 

รีวิวหนังใหม่ นี้อาจจะไม่ได้พูดถึง THE SUICIDE SQUAD 2021 เต็มเรื่องทั้งหมด โดยเริ่มเรื่องก็มาต้องขอต้อนรับเข้าสู่นรกก่อนเลย ซึ่งหนังจะพาคุณไปยังคุกที่มีอัตราการตายของนักโทษสูงที่สุดในอเมริกาที่มีชื่อว่า “เบลรีฟ” และเป็นคุกที่รวมนักโทษระดับวายร้ายของโลกอยู่ในนั้น และพวกเขาก็มักจะทำทุกอย่าง ทุกวิถีท่างเพื่อที่จะออกจากคุกมาให้ได้ แม้จะต้องให้เข้าร่วมกลุ่มลับอย่าง TASK FORCE X ก็ตาม หากใครเข้าร่วมกลุ่มลับนี้จะต้องทำภารกิจที่หากไม่ทำก็ต้องตาย ทำให้ในเรื่องได้มีการรวบรวมเอาเหล่าวายร้ายตัวฉกาจนำโดย พีซเมกเกอร์, กัปตันบูมเมอแรง , บลัดสปอร์ต , แรตแคชเชอร์ 2, ซาแวนท์, คิงชาร์ก, แบล็คการ์ด, จาเวลิน และวายร้ายสาวสุดโรคจิตอย่าง ฮาร์ลีย์ ควินน์ ทั้งหมดนี้ถูกนำไปไว้ที่เกาะแห่งหนึ่งที่ห่างไกลและเป็นที่อยู่ของอาชญากรสุดชั่วร้ายนั่นคือ “คอร์โต มัลทีช” จากนั้นก็ต้องเดินลัดเลาะไปตามป่าที่เต็มไปด้วยศัตรู รายล้อมด้วยกองกำลังในทุกพุ่มไม้ใบหญ้า โดยภารกิจของเหล่าวายร้ายก็คือต้องเข้าไปค้นหาและจัดการกับเป้าหมาย โดยมี “ผู้พันริค แฟล็ก” เป็นคนคอยกำกับดูแล ควบคุมพฤติกรรมของพวกเขาเหล่านี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงต้องใส่อุปกรณ์ของ “อแมนด้า วอลเลอร์”เจ้าหน้าที่ของ TASK FORCE X  ไว้ในหูเพื่อติดตามเหล่าวายร้ายในภารกิจครั้งนี้ทุกฝีก้าว โดยหากมีใครที่แหกกฎระเบียบ หรือคิดนอกลู่นอกทาง โทษคือต้องตายสถานเดียว และแน่นอนครับว่าแค่ภาพรวมเริ่มต้นของเรื่อง ก็คงไม่ต้องพูดถึงฉากบู๊แอคชันว่ามันจะสนุกแค่ไหน กับหนังที่นำเอาวายร้ายตัวอันตรายมาอยู่ด้วยกัน และโยนอาวุธให้พวกเขาได้ไปทำภารกิจ “ซึ่งหากไม่ทำก็ต้องตายอยู่ดี”

THE SUICIDE SQUAD
ที่มาภาพ : https://www.beartai.com/lifestyle/725300

รีวิวหนังใหม่ : THE SUICIDE SQUAD2021 ได้รับคะแนนจาก ROTTEN TOMATOES สูงถึง 96% 

เรียกได้ว่าได้รับคำชมอย่างหนาหู ในด้านของผู้กำกับเจม กันน์ ที่ทำให้ภาพยนตร์ THE SUICIDE SQUAD 2021 ออกมาได้ดีมากเลยทีเดียว โดยได้รับคำชมจากเว็บไซต์วิจารณ์หนังชื่อดัง “ROTTEN TOMATOES” ไปถึง 96% ด้วยกัน จากคำวิจารณ์ 87 รีวิว ซึ่งก็ได้ชื่นชมภาพยนตร์เรื่องนี้รวมถึงผู้กำกับอย่าง เจมส์ กันน์ ที่ได้เสนอสิ่งใหม่ๆ ไอเดียใหม่ๆ ออกมารวมถึงสร้างอารมคอเมดีผสานกับความวุ่นวายได้อย่างลงตัว จากคะแนนดังกล่าวทำให้ภาพยนต์ THE SUICIDE SQUAD 2021 กลายเป็น ภาพยนต์แฟรนไชส์ DCEU (DC Extended Universe) ที่ได้รับคะแนนวิจารณ์จาก ROTTEN TOMATOES สูงที่สุดเหนือกว่า เหนือ “Wonder Woman” 2017 ที่ได้ 93% และ “ Shazam! ” 2019 ที่เคยได้ไป 90% นอกจากนี้ยังสามารถทำคะแนนได้เทียบเท่าภาพยนต์ของมาร์เวลอย่างเรื่อง Black Panther และยังสูงกว่า Avengers: Endgame ที่ตอนนั้นทำไปได้ 94% อีกด้วย จากคำวิจารณ์ต่างๆ ทำให้เรามองว่าหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

THE SUICIDE SQUAD
ที่มาภาพ : https://www.beartai.com/life style/725300
Categories
หนังใหม่

SPACE JAM A NEW LEGACY

รีวิวหนังใหม่ : SPACE JAM  A NEW LEGACY สืบทอดตำนานใหม่

สำหรับ รีวิวหนังใหม่ วันนี้เราจะพามารู้จักกับหนังภาคต่อ ซึ่งเคยสร้างความสุขให้กับผู้คนมาแล้วเมื่อตอนปี 1996 กับหนังที่มีชื่อว่า “ Space Jam: A New Legacy ” สำหรับภาคแรกนั้นถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากเลยทีเดียว แต่ก็ทิ้งช่วงมาอย่างยาวนาน กว่าจะมาเริ่มโปรเจคใหม่นี้ตอนปี 2014 โดยในภาคแรกนั้นก็ได้ซุปเปอร์สตาร์ NBAอย่าง “ไมเคิล จอร์แดน” มาร่วมแสดง และพอมาถึงภาคนี้ก็ได้มาการทาบทามนักกีฬาชื่อดังจาก NBA เช่นเดียวกันคือ “LEBRON JAMES” มาร่วมในโปรเจคใหม่นี้อีกด้วย โดยหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่นำตัวละครที่เป็นคน มาแสดงร่วมกับเหล่าตัวการ์ตูน่ารักจาก “ลูนีย์ ทูนส์” ซึ่งความน่ารักของหนังเรื่องนี้ทำให้เป็นหนังที่ไม่มีอะไรให้เครียดมากนัก ดูสนุกและเพลิดเพลิน แถมยังเห็นบทบาทใหม่ของ เลอบอล เจมส์ ในการมาเล่นภาพยนตร์แนวนี้อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าฉากส่วนใหญ่ก็มักจะมีการเล่าเรื่องที่ใช้ CG ประกอบค่อนข้างเยอะ แต่บอกได้เลยว่าสมจริงสุดๆ ราวกับตัวการ์ตูนในเรื่องนั้นมีตัวตนอยู่จริงเลยก็ว่าได้

SPACE JAM A NEW LEGACY
ที่มาภาพ : https://www.appdisqus.com/space-jam/

เรื่องย่อ SPACE JAM  A NEW LEGACY 2021 พร้อมกับกวาดรายได้เปิดตัวมากถึง 1 พันล้านบาท

เนื่องจากเป็นหนังที่ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากมายมากนัก ทำให้ รีวิวหนังใหม่ เรื่องนี้อาจจะไม่ได้เล่าทุกฉากหรือสปอยมากจนเกินไป แต่จะพูดถึงเนื้อเรื่องโดยรวมว่าเป็นอะไรยังไง สำหรับ SPACE JAM  A NEW LEGACY 2021 นั้นเป็นเรื่องราวภาตต่อมากจากปี 1997 เมื่อเลอบอรน และลูกชายของเขาที่ชื่อ “ดอม” ต้องเข้าไปติดอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งก็เป็นมิติที่เรียกว่าดิจิตอล โดยเหตุการณ์ที่ทำให้บรอนและลูกชายเข้าไปติดในมิติดิจิตอลในครั้งนี้เป็นฝีมือของตัวร้ายที่เป็น A.I. ในเรื่อง  ซึ่งแน่นอนว่าด้วยความเป็นพ่อของเลอบลอน ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องออกมาจากที่แห่งนี้ให้ได้พร้อมกับลูกชาย ระหว่างนั้นเขาก็ต้องพบเจอกับ บั๊ก โลล่า บันนี่ และชาวแก๊งลูนีย์ ทูนส์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความป่วน ในโลกของดิจิตอลนั้นก็ได้มีการแข่งขันบาสเก็ตบอล ซึ่งก็มีจะหุ่นยนต์ที่เป็นแชมป์และผู้เล่นระดับโปรเพลเยอร์ โดยที่การติดเข้าไปในโลกดิจิตอลครั้งนี้ ทางเดียวที่จะทำให้บรอนกับลูกชายจะออกมาได้ ก็คือต้องแข่งขันกับเหล่าหุ่นยนต์ที่เก่งกาจเหล่านี้ให้ได้ ซึ่งก็คือว่าเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญในชีวิต และเพื่อเป็นการพิสูจน์ถึงความรักที่มีต่อลูกชาย รวมถึงได้สานสัมพันธ์ให้มีความแน่แฟ้นมากขึ้น เลอบรอนไม่สามารถที่จะปฎิเสธในการแข่งได้

SPACE JAM A NEW LEGACY
ที่มาภาพ : https://www.youtube.com/watch?v=DjMdeym2Xxc

หลังจากที่อ่านรีวิวเรื่องนี้ไปแล้วนั้น หลายๆ คนก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจะสนุกไหม แต่ก็ต้องบอกเลยนะครับว่า เรื่องนี้นั้นสามารถกวาดรายได้ไปมากถึง 1,040 ล้านบาทในบ็อกซ์ออกฟิสสหรัฐในสัปดาห์แรก และกวาดรายได้ทั่วโลกในสัปดาห์แรกไปทั้งหมด 54.7 ล้านเหรีญหรือราว 1,800 ล้านบาทเลยทีเดียว สำหรับช่วง COVID-19 แบบนี้ถือว่ารายได้การเปิดตัวถือว่าสูงเลยทีเดียว 

รีวิวหนังใหม่ภาพรวมในด้านอื่นๆ 

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สร้างเซอร์ไพร์ในการดึง “ เลอบลอน เจมส์ ” มาร่วมแสดงรวมถึงได้ผู้กำกับอย่าง “MALCOLM D. LEE” และมีนักแสดงคนอื่นๆ เช่น โซเนควา มาร์ติน-กรีน, ดอน ชีเดล, มาร์ติน เคลบบา, ปีเตอร์ คอร์เนลล์, เซดริค โจ, คาสแซนดร้า สตาร์ รวมถึงเสียงพากย์ของเหล่า ลูนีย์ ทูนส์ เช่น กาเบรียล อิเกิลเซียส, แคธ ซูซี่, เจ. ไมเคิล เททัม, เอริค บัวซ่า, เจฟฟ์ เบิร์กแมน และบ็อบ เบอร์เก็นแต่ถึงอย่างไรนั้นภาพยนตร์เรื่อง SPACE JAM  A NEW LEGACY 2 นั้นกลับได้รับเสียงวิจารณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะจากเว็บไซต์วิจารณ์หนังอย่าง ROTTEN TOMATOES ที่ให้คะแนนเพียงแค่ 31% เท่านั้น แต่ในส่วนของ CINEMA SCORE นั้นให้ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในระดับ A- แต่ถึงอย่างไรนั้น SPACE JAM  A NEW LEGACY ก็ได้ลบคำสบประมาทของนักวิจารณ์ที่คาดการว่าหนังจะทำรายได้เพียง 20 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 660 ล้านบาท ซึ่งก็ถือว่าสร้างความประหลาดใจไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นรีวิวหนังใหม่ประจำเดือนกันยายน

SPACE JAM A NEW LEGACY
ที่มาภาพ : https://www.vogue.co.th/lifestyle/article/space-jam-covid
Categories
หนังตลก

อ้ายคนหล่อลวง

รีวิว อ้ายคนหล่อลวง หนังไทยตลกสุดฮาน้ำตาเล็ด 2021

อ้ายคนหล่อลวง คือ หนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้ จากทางค่าย GDH ที่ได้นักแสดงนำอย่าง ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก กับพระเอกสุดหล่อขวัญใจสาวๆ อย่างหนุ่ม ณเดชน์-คูกิมิยะ มาร่วมสร้างความฮาน้ำตาเล็ดพร้อมกับมุกตลกๆ ทั้งเรื่องที่ทำเอาคนดูฮากระจุยกระจาย ภายใต้เรื่องราวจากตัวของ “อินา” สาวพนักงานบริษัทสินเชื่อ ที่โดนแฟนหนุ่มรุ่นน้องหลอกเอาเงินแล้วเท กับ “ทาวเวอร์” มิจฉาชีพ

อ้ายคนหล่อลวง
ขอบคุณภาพจาก: https://www.pinterest.com/pin/692147036483194707/

เรื่องราวสุดวุ่นของแก๊งนักต้มตุ๋นสุดอลเวง

เรื่องราวต่าง ๆ ของ อ้ายคนหล่อลวง เกิดขึ้นเมื่ออดีตสาวแบงค์อย่าง อินา ที่โดนแฟนเด็กรุ่นน้อง เพชร รับบทโดย แบงค์-ธิติ หลอกเอาเงินไปทำให้อินาเจ็บช้ำใจเป็นอย่างมากจนกระทั่ง อินา ได้พบกับ ทาวเวอร์ หนุ่มนักต้มตุ๋นที่จะมาหลอกเอาเงินของ อินา อีกคน แต่ด้วยทักษะของการที่เคยเป็นอดีตสาวแบงค์ทำให้ อินา สามารถไล่ต้อนจน ทาวเวอร์ จนมุม จนต้องยอมทำตามข้อเสนอของ อินา ปฏิบัติการทวงเงินคืนจากแฟนเก่าจึงได้เริ่มขึ้น ทั้งสองได้วางแผนให้ ครูนงนุช รับบทโดย แหม่ม-คัทลียา อดีตคุณครูของ อินา สมัยมัธยมที่มีหนี้สินท่วมหัวไม่ต่างจาก อินา แกล้งปลอมเป็น CEO ของบริษัท ฯ เบียร์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน เพื่อไปหลอกล่อเอาให้ เพชร ตายใจ เพราะ เพชร ชอบโปรยเสน่ห์กับเหล่าบรรดาสาวใหญ่ และปอกลอกเงินจากสาวใหญ่เหล่านั้น โดยได้รับความช่วยเหลือจาก โจร รับบทโดย เผือก-พงศธร มิจฉาชีพชั้นเซียนที่เป็นดั่งพี่ชายในวงการต้มตุ๋นของ ทาวเวอร์ โดยการลงมือในครั้งนี้เป้าหมายนั้นไม่ใช่แค่อาจเอาคืน แต่ยังเป็นการหวังผลกำไรเป็นค่าตอบแทน เพื่อเป็นการสั่งสอนให้ เพชร ได้ชดใช้ในสิ่งที่เขาก่อเอาไว้กับ อินา 

ถึงจะเป็น หนังตลก อารมณ์ดียิงมุกกระจุยกระจาย แต่เนื้อเรื่องก็ทำให้คนดูคอยลุ้นอยู่ตลอดเวลา ว่าแก๊งนักต้มตุ๋นเฉพาะกิจของ อินา จะทำได้สำเร็จไหม สำหรับคนที่เข้ามาให้สีสันทำให้หนังดูสนุกปนฮาเห็นทีจะต้องยกให้พี่โจร ตัวขโมยซีนประจำเรื่องนี้ที่โผล่มาแต่ละทีเล่นเอาผู้ชมนั้นต้องขำออกมาจนเมื่อยปอด ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ยังมี พี่แซมซั่น รับบทโดย เต๋อ-ฉันทวิชช์ ที่เป็นเหมือนตัวละครลับ ที่โผล่ออกมาในฐานะนักแสดงรับเชิญแต่กลับโกยเสียงฮาจากผู้ชมไปไม่น้อยเลยทีเดียว 

ต้องบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึงหนังตลกระดับตำนานอย่างเรื่อง “พี่มากพระโขนง” เลยเพราะหนังเรื่องนี้มีมุกฮาตลกทำเอาขำท้องขดท้องแข็งกันเลยทีเดียว ในเรื่องทำให้คนดูได้ลุ้นกันอยู่ตลอดเวลาว่านางเอกของเราอย่าง อินาจะสามารถเอาเงินคืนมาได้ไหมหรือว่านางเอกของเราจะโดนหลอกซ้ำสอง และไหนจะต้องคอยลุ้นว่า คุณครูนงนุช จะโดนจับได้เมื่อไหร่ เพราะ เพชร ก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะมาโดนหลอกง่าย ๆ ไหนจะ ทาวเวอร์ ที่ถึงแม้ว่าจะดีกับนางเอกเพียงใด แต่อย่างไรแล้วเขาก็คือนักต้มตุ๋น ที่คาดเดาไม่ออกว่าจะหลอก อินา อีกคนหรือไม่ ด้วยสาเหตุที่กล่าวไปเหล่านี้ทำให้ผู้ชมนั้นคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายในเรื่องไม่ได้ไม่เหมือนกับหนังตลกเรื่องอื่น ๆ ที่เนื้อเรื่องจะเรียบง่าย ถือว่าเป็น หนัง COMEDY น้ำดีอีกเรื่องของปีนี้ก็ว่าได้

อ้ายคนหล่อลวง
ขอบคุณภาพจาก: https://www.matichon.co.th/entertainment/news_2465405

แง่คิดเตือนใจให้ระวังจะโดน “หลอกลวงจากคนหล่อ”

จากที่ได้ดูหนัง อ้ายคนหล่อลวง จบแล้วต้องขอบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมากๆ ทั้งในพล็อตเรื่องที่ดูสนุกไม่น่าเบื่อ และมุกตลกที่ทำให้ได้หัวเราะออกมาแทบจะตลอดทั้งเรื่อง สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ขอแนะนำให้รีบรับชมได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งออนไลน์ชื่อดังอย่าง NETFLIX รับรองได้ว่าจะไม่ผิดหวังกับระยะเวลาตลอด 2 ชั่วโมงในการรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะหนังเรื่องนี้นอกจากจะนำเสนอในด้านความสนุกขำขันแล้ว ยังได้นำเสนออีกมุมของสังคมของเราเต็มไปด้วยความหลอกลวง ที่เริ่มจากการหลอกเอาเงินจากคนใกล้ตัว จนถึงการหลอกลวงเอาเงินจากคนแปลกหน้า ซึ่งการที่ไม่รู้จักพอทำให้พวกเขาอยากได้เงินก้อนโต้มากยิ่งขึ้น และจุดจบของคนโลภที่ไม่รู้จักพอในส่วนนี้หนังทำออกมาได้ดีมาก ๆ