Categories
หนังแอ็คชั่น

Extraction

Extraction

ประเภท : แอคชั่น ลึกลับ ระทึกขวัญ

ความยาว : 1 ชั่วโมง 57 นาที

คะแนนโหวตจากผู้ชมทั่วโลก : 69%

Extraction
ที่มาจาก : https://www.netflix.com/title/80230399

ข้อมูลภาพยนตร์

      ทหารรับจ้าง ตลาดมืดที่ไม่มีอะไรจะเสียได้รับการว่าจ้างให้ช่วยเหลือลูกชายที่ถูกลักพาตัวไปของอาชญากรนานาชาติที่ถูกคุมขัง แต่ในโลกอันมืดมิดของผู้ค้าอาวุธและผู้ค้ายาเสพติด ภารกิจที่อันตรายถึงตายได้เข้าใกล้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้

เรต : R (มีการใช้ยาเสพติด มีการใช้กำลังและความรุนแรง และการใช้ภาษา

ผู้กำกับ : แซม ฮาร์เกรฟ

ผู้ผลิต : Eric Gitter , Chris Hemsworth , Mike Larocca , Joe Russo , Anthony Russo

ผู้เขียนบท : โจ รุสโซ

บริษัทโปรดักชั่น : TGIM Films, อินเดีย Take One Productions, Thematic Entertainment, AGBO

รีวิวภาพยนตร์

      Extraction เป็นภาพยนตร์ Original Netflix ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร Marvel Cinematic Universe แต่คุณจะรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายเล็กๆเมื่อคุณรู้ว่าใครที่สร้างและกำกับเรื่องนี้ขึ้นมา ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย คริส เฮมส์เวิร์ธ หรือที่รู้จักในชื่อธอร์ เขียนบทโดย Joe Russo ผู้ร่วมกำกับภาพยนตร์ Avengers สองเรื่องล่าสุด และกำกับการแสดงโดยแซม ฮาร์เกรฟ ผู้ซึ่งเปิดตัวการกำกับเรื่องแรกของเขาหลังจากทำงานเป็นผู้ประสานงานสตั๊นท์แมนในภาพยนตร์ Marvel หลายเรื่อง

 เรื่องนี้ คริส เฮมส์เวิร์ธ รับบทเป็น ไทเลอร์ เรค “ทหารรับจ้างในตลาดมืดที่กล้าหาญ” ซึ่งทักษะการต่อสู้ต่างๆของเขา ถูกเรียกร้องออกมาใช้งานเมื่อโอวี (รุดห์รักช์ ไจสวาล) ลูกชายของเจ้าพ่อค้ายานานาชาติ ถูกลักพาตัวโดยราชายาเสพติดที่เป็นคู่แข่งกัน ไทเลอร์และทีมมีแผนที่จะช่วยเหลือโอวีแต่มันกลับเต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรคที่มีความยุ่งยากเล็กน้อย และเมื่อ ซาจู (แรนดีพ ฮูดา) ลูกน้องของพ่อของโอวี เข้าไปยุ่งโดยไม่ทราบสาเหตุ ไทเลอร์ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องโอวี สิ่งต่อไปนี้เป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเลือดและกระสุนปืนที่แทบจะทำให้ผู้ชมไม่กระพริบตาจากฉากไล่ล่าที่น่าตื่นเต้น เมื่อผู้กำกับอย่าง ฮาร์เกรฟ ที่เป็นคนล่าสุดในกลุ่มผู้ประสานงานการแสดงผาดโผนที่ผันตัวมาเป็นผู้กำกับ (รวมถึง David Leitch จากHobbs & Shaw และ Chad Stahelski จากซีรี่ส์ John Wick) กำลังจะบอกว่าเขาใช้ทักษะการแสดงความสามารถของเขาให้เกิดประโยชน์ แทนที่จะเป็นบทพูด เขาจะเน้นให้มีฉากโดดเด่นหลายฉาก และส่วนสำคัญที่น่าติดตามของภาพยนตร์เรื่องนี้คือฉากของการไล่ล่าแบบใช้รถยนต์และการไลล่าที่บ้าระห่ำเป็นเวลา 12 นาที ซึ่งได้รับการถ่ายทำอย่างต่อเนื่องและวางมุมกล้องอย่างชาญฉลาดเพื่อให้ดูเหมือนใช้เวลาต่อเนื่องยาวนาน ทำให้ผู้ชมคิดไปถึงการถ่ายทำว่า “พวกเขาทำอย่างนั้นได้อย่างไร” ซึ่งรวมไปถึงช่วงเวลาที่ทั้งกล้องย้ายเข้าไปอยู่ในรถขณะที่รถอยู่ในการเคลื่อนไหว และตัดภาพออกมาที่ฉากไล่ล่าโดยรวมเสมือนว่าผู้ชมเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ

      ในส่วนฉากแอคชั่นของ Extraction ทำได้ค่อนข้างยอดเยี่ยมตลอดทั้งเรื่อง และสำหรับความสมเหตุสมผลของเรื่องราวทำหน้าที่เป็นเพียงสิ่งที่ทำให้พอรับรู้ความเป็นไปเป็นมาเท่านั้น โดยภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากนิยายเรื่อง Ciudad ที่เขียนโดย โจ รุสโซ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเขาจึงย้ายฉากในเรื่องจากประเทศปารากวัยไปยัง กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศแทน เซ็ตฉากให้มีความโกลาหลบนท้องถนนที่คับคั่งของกรุงธากา ซึ่งภาพที่ออกมามันช่วยเพิ่มความตึงเครียด เร้าอารมณ์คนดูได้มาก แต่ก็มีจุดสังเกตุเล็กน้อยจากปัญหาการเล่าเรื่องในตอนเริ่มต้น เนื่องจาก ฮาร์เกรฟ และ รุสโซ เลือกที่จะนำเสนอสู่จุดสิ้นสุดของเรื่องราวอย่างชัดเจน จากนั้นจึงย้อนเวลากลับไปเพื่อดูว่าทุกอย่างเริ่มต้นอย่างไร เป็นแนวคิดที่ใช้มากเกินไปซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจทำให้ผู้ชมพอเดาถึงบริบทและตอนจบของเรื่องออก และเมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ดำเนินไป ก็ยิ่งเข้าใจได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ว่าใครกำลังทำงานกับใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคู่แข่งสองคนมารวมตัวกันแบบไม่มีที่มาที่ไป และสำหรับตัวนำอย่างเฮมส์เวิร์ธ ก็มีบทบาทอย่างมากในการแสดงของเขา นอกเหนือจากการแสดงเป็น ธอร์ เฮมส์เวิร์ธ ยังพยายามให้คำจำกัดความตัวเองว่าเป็นนักแสดงที่สามารถรับได้หลายบทบาท และฝีมือเขาก็ยังดีพอๆ กับดารานักแสดงคนอื่นๆอีกด้วย จึงสรุปได้ว่า Extraction เป็นหนึ่งในภาพยนตร์แอคชั่นที่ดูเอาเพื่อความมันส์อย่างเดียวพอ มันสนุกที่สุดสำหรับฉากการต่อสู้และการไล่ล่าที่เข้มข้น หากคุณไม่คิดถึงความสมเหตุสมผลและเข้าใจกับสิ่งเหล่านั้นได้ มันก็เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ควรค่าแก่การรับชมเลยทีเดียว

Categories
หนังแอ็คชั่น

12 Strong

12 Strong

ประเภทภาพยนตร์ : แอคชั่น / ดราม่า / สงคราม 

ความยาว : 2 ชั่วโมง 10 นาที

คะแนนความนิยมจากผู้ชมทั่วโลก : 62%

ข้อมูลภาพยนตร์

12 Strong
ที่มาจาก : https://www.imdb.com/title/tt1413492/

ภาพยนตร์เรื่อง 12 Strong กล่าวถึงหลังเหตุการณ์วันที่ 11 กันยายน เมื่อ กัปตัน มิทช์ เนลสัน นำทีม กองกำลังพิเศษของสหรัฐฯ  เข้าสู่อัฟกานิสถานเพื่อทำภารกิจที่อันตรายอย่างยิ่ง เมื่อไปถึงที่นั่น เหล่าทหารได้พัฒนาความร่วมมือกับกลุ่มกองกำลังในพื้นที่เพื่อร่วมกันกำจัดกลุ่มตอลิบานและพันธมิตรอัลกออิดะห์ เนลสันและกองกำลังของเขาทราบว่าฝ่ายศัตรูมีอาวุธและมีจำนวนมากกว่า ฝ่ายสหรัฐต้องเผชิญกับอุปสรรคในการต่อสู้กับศัตรูที่โหดเหี้ยม และถือเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจไล่ล่า อุซามะฮ์ บิน ลาดิน ผู้ก่อการร้ายที่อยู่เบื้องหลัง เหตุการณ์ 9/11

ผู้อำนวยการสร้าง : Nicolai Fuglsig

ผู้ผลิต : เจอร์รี่ บรั๊คไฮเมอร์ , มอลลี่ สมิธ , แธด ​​ลัคคินบิล , เทรนต์ ลัคคินบิล

ผู้เขียนบท : เท็ด ทอลลี่ , ปีเตอร์ เครก

รายได้ Box office USA : $44.3M

ผู้จัดจำหน่าย : Warner Bros. Pictures

โปรดักชั่น : Alcon Entertainment, Jerry Bruckheimer Films, Black Label Media

ระบบเสียง : Dolby Atmos

รีวิวภาพยนตร์

      ภาพยนตร์เรื่อง 12 Strong  บอกเล่าเรื่องราวของหนึ่งในภารกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์การทหารของสหรัฐ เป็นเวลาเพียงสามสัปดาห์ เหล่าทหารทั้ง 12 คนของหน่วย Green Berets ที่ได้รับคำสั่งให้เข้าไปปฏิบัติภารกิจ และด้วยความช่วยเหลือของนายพล Abdul Rashid Dostum แห่ง Northern Alliance พวกเขาได้ร่วมกันต่อสู้กับ กลุ่มตอลิบาน  ภายใต้ภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวยและไม่คุ้นเคยเพื่อยึดเมือง Mazar-i-Sharif ที่ถูกยึดครอง ในเรื่อง 12 Strong นี้ พระเอกอย่าง Chris Hemsworth ทิ้งค้อนอันทรงพลังของ Thor และเปลี่ยนบทบาทมารับบทเป็นทหารหน่วย Green Beret โดยรับบทเป็นผู้นำหน่วย ซึ่งตัวจริงที่เข้าไปปฏิบัติภารกิจชื่อ Mitch Nelson โดยอ้างอิงจากสถานการณ์จริง เมื่อ เหตุการณ์ 9/11   เกิดขึ้น เขารีบเข้ามารายงานตัวเพื่อขอการปฏิบัติหน้าที่ทันที โดยขอให้ทีมของเขาถูกเรียกตัวกลับเข้าสนามรบเพื่อต่อสู้กับกลุ่มตอลิบาน กับคำพูดจี้ใจดำ “คุณทำให้ทีมของเขาแตกสลาย” จากคำพูดนี้ของ คาล สเปนเซอร์ (ไมเคิล แชนนอน) ได้แนะนำว่าควรส่งเขาออกไปปฏิบัติหน้าที่ ถ้าไม่ส่งไปมันจะเหมือนกันคำเปรียบเปรยที่ว่า “คุณกำลังตัดหัวงูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดของคุณออก” ดังนั้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทีมปฏิบัติการก็ได้ถูกส่งไปยัง อัฟกานิสถาน โดยได้รับคำสั่งให้ร่วมทีมกับนายพล Abdul Rashid Dostum  ซึ่งในตอนนั้นถือว่าเป็นพันธมิตรทางเหนือของ กองทัพสหรัฐ อยู่ และหลังจากการตรวจสอบข้อมูลและจำนวนของกลุ่มตอลิบานทำให้ทราบว่าอีกฝ่ายมีอาวุธมากกว่า และมีจำนวนมากกว่าราว 5,000 ต่อ 1 ทำให้พวกเขาจำต้องเข้าใจ และอดทนกับความไม่สบายใจนี้ และต้องอดทนต่อการที่จะต้องยอมรับว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะกลุ่มตอลิบานบนสถานที่ที่เปรียบเสมือนบ้านของพวกเขาเอง

  ในภาพยนตร์เรื่องนี้เราได้เห็นการสร้างที่นำเอาการ สู้รบบนหลังม้า กลับมานำเสนออีกครั้ง เราได้เห็นการสู้รบสมัยใหม่บนหลังม้าบนหน้าจอขนาดใหญ่ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นจริงในอัฟกานิสถาน ซึ่งหน่วย Green Berets ค้นพบวิธีการขนส่งที่ดีที่สุดผ่านภูมิประเทศที่เป็นหินขรุขระให้สามารถฟันฝ่าไปถึงจุดหมายได้โดยอยู่บนหลังม้า ประกอบกับฉากการสู้รบ รวมไปถึงรถถังประจัญบานของตอลิบานที่เขามาปะทะกับกลุ่มของทหารม้า และเครื่องยิงจรวดจากตอลิบานที่ยิงถล่มใส่บรรดาทหารเป็นระยะๆ ทำให้เกิดภาพที่น่าทึ่งและน่าติดตามรับชม 

      เช่นเดียวกับการเกริ่นนำในช่วงต้นเรื่อง ในนาทีแรกเราเห็น เนลสัน สเปนเซอร์ และ จ่าสิบเอกแซม ดิลเลอร์ (ไมเคิล เปนญา) กับครอบครัวอันเป็นที่รักของพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะถูกส่งไปยังสนามรบ เป็นการเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจความเป็นมาของตัวละคร และเพื่อสร้างความเห็นอกเห็นใจต่อตัวละคร ในภาพยนตร์ 12 Strong พวกเขาเป็นผู้ชายในครอบครัวที่ขับกำลังทำหน้าที่ด้วยสำนึกในหน้าที่ต่อประเทศของตน และในฐานะที่พวกเขาเป็นทหารอเมริกันกลุ่มแรกที่เข้าปะทะกับ กลุ่มตอลิบาน หลังเหตุการณ์ 9/11 พวกเขาต้องเผชิญกับช่วงการสู้รบที่เดิมพันสูง และในที่สุดก็มาเข้าใจว่านี่จะเป็นสงครามแห่งชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่มีจุดสิ้นสุดที่ชัดเจน พวกเขาอาจชนะการต่อสู้ในครั้งนี้ แต่สุดท้ายสหรัฐก็ยังต้องต่อสู้กับสงครามที่ยังไม่มีวันจบสิ้น เหมือนกับสิ่งที่ปรากฏออกมาอีกหลายสิบปีหลังจากสถานการณ์นี้ ซึ่งเราจะคุ้นเคยกับภาพข่าวเกี่ยวกับการสู้รบในอัฟกานิสถานตามมา เป็นข่าวของสงครามแบบเรียลไทม์ที่ยังดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน เหมือนที่ถ้อยคำของนายพล Dostum ได้พูดไว้เมื่อตอนที่พบกับเหล่าทหารสหรัฐในตอนแรกที่ว่า “ที่นี่ไม่มีทางเลือกที่เหมาะสม นี่คืออัฟกานิสถาน ที่ที่เป็นหลุมฝังศพของหลายอาณาจักร”

Categories
หนังใหม่

THE SUICIDE SQUAD 2021

รีวิวหนังใหม่ : THE SUICIDE SQUAD 2021 เดอะ ซุยไซด์ สควอด

ชื่อเรื่อง : THE SUICIDE SQUAD 202

นักแสดง : IDRIS ELBA , JOHN CENA , MARGOT ROBBIE

IMDb : 7.4/10

วันที่ฉาย : 2 กันยายน 2564

ความยาว : 2 ชั่วโมง 12 นาที

THE SUICIDE SQUAD
ที่มาภาพ : https://newmagazinresearch.com/the-suicide-squad-2021-review/

สำหรับการ รีวิวหนังใหม่ วันนี้จะมาพูดถึงหนังอีกเรื่อง ที่ถูกเลื่อนฉายในบ้านเราไม่หลายต่อหลายครั้ง และก็เป็นหนังที่เคยสร้างความสนุกให้กับผู้คนอย่างมากมาย สำหรับ “THE SUICIDE SQUAD” โดยในครั้งนี้ได้กลับมาสร้างความสนุกอีกครั้งและยังถือได้ว่าเป็นการรีบูทจากของเดิมเมื่อปี 2016 ที่ผู้กำกับอย่าง “เดวิด เอเยอร์” ทำไว้ซึ่งในตอนนั้นถือว่าหนังเรื่องนี้ ไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ สำหรับ THE SUICIDE SQUAD 2021 นั้นเป็นจังหวะพอดีกับที่ผู้กำกับอย่าง “เจมส์ กันน์” เพิ่งถูก Disney ไล่ออกจากโปรเจกต์ Guardians of the Galaxy Vol. 3 เลยได้รับโอกาสนี้ในการทำหนัง โดยเจมส์ กันน์นั้นได้มีการนำเสนอสิ่งใหม่ รวมถึงไอเดียต่างๆ ใหม่ทั้งหมดและได้มีการเปลี่ยนชื่อจาก Suicide Squad 2 เป็น The Suicide Squad ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังภาคต่อของ Suicide Squad 2016 แต่เป็นการรีบูทใหม่ทั้งหมด แต่ถึงอย่างไรนั้นผู้กำกับอย่างเจมส์ กันน์ก็ยังคงได้เรียกนักแสดงตัวเก่าอย่าง “DEADSHOT” กลับมาอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่จะให้ “ไอดริส เอลบ้า” มารับบทนักแม่นปืนแทน วิล สมิธ ที่เป็นคนแสดงในภาค 2016 แล้วก็ “มาร์โก ร็อบบี” มารับบทเป็น HARLEY QUINN อีกด้วย

เนื้อเรื่องย่อของ THE SUICIDE SQUAD 2021 

รีวิวหนังใหม่ นี้อาจจะไม่ได้พูดถึง THE SUICIDE SQUAD 2021 เต็มเรื่องทั้งหมด โดยเริ่มเรื่องก็มาต้องขอต้อนรับเข้าสู่นรกก่อนเลย ซึ่งหนังจะพาคุณไปยังคุกที่มีอัตราการตายของนักโทษสูงที่สุดในอเมริกาที่มีชื่อว่า “เบลรีฟ” และเป็นคุกที่รวมนักโทษระดับวายร้ายของโลกอยู่ในนั้น และพวกเขาก็มักจะทำทุกอย่าง ทุกวิถีท่างเพื่อที่จะออกจากคุกมาให้ได้ แม้จะต้องให้เข้าร่วมกลุ่มลับอย่าง TASK FORCE X ก็ตาม หากใครเข้าร่วมกลุ่มลับนี้จะต้องทำภารกิจที่หากไม่ทำก็ต้องตาย ทำให้ในเรื่องได้มีการรวบรวมเอาเหล่าวายร้ายตัวฉกาจนำโดย พีซเมกเกอร์, กัปตันบูมเมอแรง , บลัดสปอร์ต , แรตแคชเชอร์ 2, ซาแวนท์, คิงชาร์ก, แบล็คการ์ด, จาเวลิน และวายร้ายสาวสุดโรคจิตอย่าง ฮาร์ลีย์ ควินน์ ทั้งหมดนี้ถูกนำไปไว้ที่เกาะแห่งหนึ่งที่ห่างไกลและเป็นที่อยู่ของอาชญากรสุดชั่วร้ายนั่นคือ “คอร์โต มัลทีช” จากนั้นก็ต้องเดินลัดเลาะไปตามป่าที่เต็มไปด้วยศัตรู รายล้อมด้วยกองกำลังในทุกพุ่มไม้ใบหญ้า โดยภารกิจของเหล่าวายร้ายก็คือต้องเข้าไปค้นหาและจัดการกับเป้าหมาย โดยมี “ผู้พันริค แฟล็ก” เป็นคนคอยกำกับดูแล ควบคุมพฤติกรรมของพวกเขาเหล่านี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงต้องใส่อุปกรณ์ของ “อแมนด้า วอลเลอร์”เจ้าหน้าที่ของ TASK FORCE X  ไว้ในหูเพื่อติดตามเหล่าวายร้ายในภารกิจครั้งนี้ทุกฝีก้าว โดยหากมีใครที่แหกกฎระเบียบ หรือคิดนอกลู่นอกทาง โทษคือต้องตายสถานเดียว และแน่นอนครับว่าแค่ภาพรวมเริ่มต้นของเรื่อง ก็คงไม่ต้องพูดถึงฉากบู๊แอคชันว่ามันจะสนุกแค่ไหน กับหนังที่นำเอาวายร้ายตัวอันตรายมาอยู่ด้วยกัน และโยนอาวุธให้พวกเขาได้ไปทำภารกิจ “ซึ่งหากไม่ทำก็ต้องตายอยู่ดี”

THE SUICIDE SQUAD
ที่มาภาพ : https://www.beartai.com/lifestyle/725300

รีวิวหนังใหม่ : THE SUICIDE SQUAD2021 ได้รับคะแนนจาก ROTTEN TOMATOES สูงถึง 96% 

เรียกได้ว่าได้รับคำชมอย่างหนาหู ในด้านของผู้กำกับเจม กันน์ ที่ทำให้ภาพยนตร์ THE SUICIDE SQUAD 2021 ออกมาได้ดีมากเลยทีเดียว โดยได้รับคำชมจากเว็บไซต์วิจารณ์หนังชื่อดัง “ROTTEN TOMATOES” ไปถึง 96% ด้วยกัน จากคำวิจารณ์ 87 รีวิว ซึ่งก็ได้ชื่นชมภาพยนตร์เรื่องนี้รวมถึงผู้กำกับอย่าง เจมส์ กันน์ ที่ได้เสนอสิ่งใหม่ๆ ไอเดียใหม่ๆ ออกมารวมถึงสร้างอารมคอเมดีผสานกับความวุ่นวายได้อย่างลงตัว จากคะแนนดังกล่าวทำให้ภาพยนต์ THE SUICIDE SQUAD 2021 กลายเป็น ภาพยนต์แฟรนไชส์ DCEU (DC Extended Universe) ที่ได้รับคะแนนวิจารณ์จาก ROTTEN TOMATOES สูงที่สุดเหนือกว่า เหนือ “Wonder Woman” 2017 ที่ได้ 93% และ “ Shazam! ” 2019 ที่เคยได้ไป 90% นอกจากนี้ยังสามารถทำคะแนนได้เทียบเท่าภาพยนต์ของมาร์เวลอย่างเรื่อง Black Panther และยังสูงกว่า Avengers: Endgame ที่ตอนนั้นทำไปได้ 94% อีกด้วย จากคำวิจารณ์ต่างๆ ทำให้เรามองว่าหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

THE SUICIDE SQUAD
ที่มาภาพ : https://www.beartai.com/life style/725300
Categories
หนังใหม่

SPACE JAM A NEW LEGACY

รีวิวหนังใหม่ : SPACE JAM  A NEW LEGACY สืบทอดตำนานใหม่

สำหรับ รีวิวหนังใหม่ วันนี้เราจะพามารู้จักกับหนังภาคต่อ ซึ่งเคยสร้างความสุขให้กับผู้คนมาแล้วเมื่อตอนปี 1996 กับหนังที่มีชื่อว่า “ Space Jam: A New Legacy ” สำหรับภาคแรกนั้นถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากเลยทีเดียว แต่ก็ทิ้งช่วงมาอย่างยาวนาน กว่าจะมาเริ่มโปรเจคใหม่นี้ตอนปี 2014 โดยในภาคแรกนั้นก็ได้ซุปเปอร์สตาร์ NBAอย่าง “ไมเคิล จอร์แดน” มาร่วมแสดง และพอมาถึงภาคนี้ก็ได้มาการทาบทามนักกีฬาชื่อดังจาก NBA เช่นเดียวกันคือ “LEBRON JAMES” มาร่วมในโปรเจคใหม่นี้อีกด้วย โดยหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่นำตัวละครที่เป็นคน มาแสดงร่วมกับเหล่าตัวการ์ตูน่ารักจาก “ลูนีย์ ทูนส์” ซึ่งความน่ารักของหนังเรื่องนี้ทำให้เป็นหนังที่ไม่มีอะไรให้เครียดมากนัก ดูสนุกและเพลิดเพลิน แถมยังเห็นบทบาทใหม่ของ เลอบอล เจมส์ ในการมาเล่นภาพยนตร์แนวนี้อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าฉากส่วนใหญ่ก็มักจะมีการเล่าเรื่องที่ใช้ CG ประกอบค่อนข้างเยอะ แต่บอกได้เลยว่าสมจริงสุดๆ ราวกับตัวการ์ตูนในเรื่องนั้นมีตัวตนอยู่จริงเลยก็ว่าได้

SPACE JAM A NEW LEGACY
ที่มาภาพ : https://www.appdisqus.com/space-jam/

เรื่องย่อ SPACE JAM  A NEW LEGACY 2021 พร้อมกับกวาดรายได้เปิดตัวมากถึง 1 พันล้านบาท

เนื่องจากเป็นหนังที่ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากมายมากนัก ทำให้ รีวิวหนังใหม่ เรื่องนี้อาจจะไม่ได้เล่าทุกฉากหรือสปอยมากจนเกินไป แต่จะพูดถึงเนื้อเรื่องโดยรวมว่าเป็นอะไรยังไง สำหรับ SPACE JAM  A NEW LEGACY 2021 นั้นเป็นเรื่องราวภาตต่อมากจากปี 1997 เมื่อเลอบอรน และลูกชายของเขาที่ชื่อ “ดอม” ต้องเข้าไปติดอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งก็เป็นมิติที่เรียกว่าดิจิตอล โดยเหตุการณ์ที่ทำให้บรอนและลูกชายเข้าไปติดในมิติดิจิตอลในครั้งนี้เป็นฝีมือของตัวร้ายที่เป็น A.I. ในเรื่อง  ซึ่งแน่นอนว่าด้วยความเป็นพ่อของเลอบลอน ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องออกมาจากที่แห่งนี้ให้ได้พร้อมกับลูกชาย ระหว่างนั้นเขาก็ต้องพบเจอกับ บั๊ก โลล่า บันนี่ และชาวแก๊งลูนีย์ ทูนส์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความป่วน ในโลกของดิจิตอลนั้นก็ได้มีการแข่งขันบาสเก็ตบอล ซึ่งก็มีจะหุ่นยนต์ที่เป็นแชมป์และผู้เล่นระดับโปรเพลเยอร์ โดยที่การติดเข้าไปในโลกดิจิตอลครั้งนี้ ทางเดียวที่จะทำให้บรอนกับลูกชายจะออกมาได้ ก็คือต้องแข่งขันกับเหล่าหุ่นยนต์ที่เก่งกาจเหล่านี้ให้ได้ ซึ่งก็คือว่าเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญในชีวิต และเพื่อเป็นการพิสูจน์ถึงความรักที่มีต่อลูกชาย รวมถึงได้สานสัมพันธ์ให้มีความแน่แฟ้นมากขึ้น เลอบรอนไม่สามารถที่จะปฎิเสธในการแข่งได้

SPACE JAM A NEW LEGACY
ที่มาภาพ : https://www.youtube.com/watch?v=DjMdeym2Xxc

หลังจากที่อ่านรีวิวเรื่องนี้ไปแล้วนั้น หลายๆ คนก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจะสนุกไหม แต่ก็ต้องบอกเลยนะครับว่า เรื่องนี้นั้นสามารถกวาดรายได้ไปมากถึง 1,040 ล้านบาทในบ็อกซ์ออกฟิสสหรัฐในสัปดาห์แรก และกวาดรายได้ทั่วโลกในสัปดาห์แรกไปทั้งหมด 54.7 ล้านเหรีญหรือราว 1,800 ล้านบาทเลยทีเดียว สำหรับช่วง COVID-19 แบบนี้ถือว่ารายได้การเปิดตัวถือว่าสูงเลยทีเดียว 

รีวิวหนังใหม่ภาพรวมในด้านอื่นๆ 

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สร้างเซอร์ไพร์ในการดึง “ เลอบลอน เจมส์ ” มาร่วมแสดงรวมถึงได้ผู้กำกับอย่าง “MALCOLM D. LEE” และมีนักแสดงคนอื่นๆ เช่น โซเนควา มาร์ติน-กรีน, ดอน ชีเดล, มาร์ติน เคลบบา, ปีเตอร์ คอร์เนลล์, เซดริค โจ, คาสแซนดร้า สตาร์ รวมถึงเสียงพากย์ของเหล่า ลูนีย์ ทูนส์ เช่น กาเบรียล อิเกิลเซียส, แคธ ซูซี่, เจ. ไมเคิล เททัม, เอริค บัวซ่า, เจฟฟ์ เบิร์กแมน และบ็อบ เบอร์เก็นแต่ถึงอย่างไรนั้นภาพยนตร์เรื่อง SPACE JAM  A NEW LEGACY 2 นั้นกลับได้รับเสียงวิจารณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะจากเว็บไซต์วิจารณ์หนังอย่าง ROTTEN TOMATOES ที่ให้คะแนนเพียงแค่ 31% เท่านั้น แต่ในส่วนของ CINEMA SCORE นั้นให้ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในระดับ A- แต่ถึงอย่างไรนั้น SPACE JAM  A NEW LEGACY ก็ได้ลบคำสบประมาทของนักวิจารณ์ที่คาดการว่าหนังจะทำรายได้เพียง 20 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 660 ล้านบาท ซึ่งก็ถือว่าสร้างความประหลาดใจไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นรีวิวหนังใหม่ประจำเดือนกันยายน

SPACE JAM A NEW LEGACY
ที่มาภาพ : https://www.vogue.co.th/lifestyle/article/space-jam-covid
Categories
หนังตลก

อ้ายคนหล่อลวง

รีวิว อ้ายคนหล่อลวง หนังไทยตลกสุดฮาน้ำตาเล็ด 2021

อ้ายคนหล่อลวง คือ หนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้ จากทางค่าย GDH ที่ได้นักแสดงนำอย่าง ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก กับพระเอกสุดหล่อขวัญใจสาวๆ อย่างหนุ่ม ณเดชน์-คูกิมิยะ มาร่วมสร้างความฮาน้ำตาเล็ดพร้อมกับมุกตลกๆ ทั้งเรื่องที่ทำเอาคนดูฮากระจุยกระจาย ภายใต้เรื่องราวจากตัวของ “อินา” สาวพนักงานบริษัทสินเชื่อ ที่โดนแฟนหนุ่มรุ่นน้องหลอกเอาเงินแล้วเท กับ “ทาวเวอร์” มิจฉาชีพ

อ้ายคนหล่อลวง
ขอบคุณภาพจาก: https://www.pinterest.com/pin/692147036483194707/

เรื่องราวสุดวุ่นของแก๊งนักต้มตุ๋นสุดอลเวง

เรื่องราวต่าง ๆ ของ อ้ายคนหล่อลวง เกิดขึ้นเมื่ออดีตสาวแบงค์อย่าง อินา ที่โดนแฟนเด็กรุ่นน้อง เพชร รับบทโดย แบงค์-ธิติ หลอกเอาเงินไปทำให้อินาเจ็บช้ำใจเป็นอย่างมากจนกระทั่ง อินา ได้พบกับ ทาวเวอร์ หนุ่มนักต้มตุ๋นที่จะมาหลอกเอาเงินของ อินา อีกคน แต่ด้วยทักษะของการที่เคยเป็นอดีตสาวแบงค์ทำให้ อินา สามารถไล่ต้อนจน ทาวเวอร์ จนมุม จนต้องยอมทำตามข้อเสนอของ อินา ปฏิบัติการทวงเงินคืนจากแฟนเก่าจึงได้เริ่มขึ้น ทั้งสองได้วางแผนให้ ครูนงนุช รับบทโดย แหม่ม-คัทลียา อดีตคุณครูของ อินา สมัยมัธยมที่มีหนี้สินท่วมหัวไม่ต่างจาก อินา แกล้งปลอมเป็น CEO ของบริษัท ฯ เบียร์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน เพื่อไปหลอกล่อเอาให้ เพชร ตายใจ เพราะ เพชร ชอบโปรยเสน่ห์กับเหล่าบรรดาสาวใหญ่ และปอกลอกเงินจากสาวใหญ่เหล่านั้น โดยได้รับความช่วยเหลือจาก โจร รับบทโดย เผือก-พงศธร มิจฉาชีพชั้นเซียนที่เป็นดั่งพี่ชายในวงการต้มตุ๋นของ ทาวเวอร์ โดยการลงมือในครั้งนี้เป้าหมายนั้นไม่ใช่แค่อาจเอาคืน แต่ยังเป็นการหวังผลกำไรเป็นค่าตอบแทน เพื่อเป็นการสั่งสอนให้ เพชร ได้ชดใช้ในสิ่งที่เขาก่อเอาไว้กับ อินา 

ถึงจะเป็น หนังตลก อารมณ์ดียิงมุกกระจุยกระจาย แต่เนื้อเรื่องก็ทำให้คนดูคอยลุ้นอยู่ตลอดเวลา ว่าแก๊งนักต้มตุ๋นเฉพาะกิจของ อินา จะทำได้สำเร็จไหม สำหรับคนที่เข้ามาให้สีสันทำให้หนังดูสนุกปนฮาเห็นทีจะต้องยกให้พี่โจร ตัวขโมยซีนประจำเรื่องนี้ที่โผล่มาแต่ละทีเล่นเอาผู้ชมนั้นต้องขำออกมาจนเมื่อยปอด ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ยังมี พี่แซมซั่น รับบทโดย เต๋อ-ฉันทวิชช์ ที่เป็นเหมือนตัวละครลับ ที่โผล่ออกมาในฐานะนักแสดงรับเชิญแต่กลับโกยเสียงฮาจากผู้ชมไปไม่น้อยเลยทีเดียว 

ต้องบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึงหนังตลกระดับตำนานอย่างเรื่อง “พี่มากพระโขนง” เลยเพราะหนังเรื่องนี้มีมุกฮาตลกทำเอาขำท้องขดท้องแข็งกันเลยทีเดียว ในเรื่องทำให้คนดูได้ลุ้นกันอยู่ตลอดเวลาว่านางเอกของเราอย่าง อินาจะสามารถเอาเงินคืนมาได้ไหมหรือว่านางเอกของเราจะโดนหลอกซ้ำสอง และไหนจะต้องคอยลุ้นว่า คุณครูนงนุช จะโดนจับได้เมื่อไหร่ เพราะ เพชร ก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะมาโดนหลอกง่าย ๆ ไหนจะ ทาวเวอร์ ที่ถึงแม้ว่าจะดีกับนางเอกเพียงใด แต่อย่างไรแล้วเขาก็คือนักต้มตุ๋น ที่คาดเดาไม่ออกว่าจะหลอก อินา อีกคนหรือไม่ ด้วยสาเหตุที่กล่าวไปเหล่านี้ทำให้ผู้ชมนั้นคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายในเรื่องไม่ได้ไม่เหมือนกับหนังตลกเรื่องอื่น ๆ ที่เนื้อเรื่องจะเรียบง่าย ถือว่าเป็น หนัง COMEDY น้ำดีอีกเรื่องของปีนี้ก็ว่าได้

อ้ายคนหล่อลวง
ขอบคุณภาพจาก: https://www.matichon.co.th/entertainment/news_2465405

แง่คิดเตือนใจให้ระวังจะโดน “หลอกลวงจากคนหล่อ”

จากที่ได้ดูหนัง อ้ายคนหล่อลวง จบแล้วต้องขอบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมากๆ ทั้งในพล็อตเรื่องที่ดูสนุกไม่น่าเบื่อ และมุกตลกที่ทำให้ได้หัวเราะออกมาแทบจะตลอดทั้งเรื่อง สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ขอแนะนำให้รีบรับชมได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งออนไลน์ชื่อดังอย่าง NETFLIX รับรองได้ว่าจะไม่ผิดหวังกับระยะเวลาตลอด 2 ชั่วโมงในการรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะหนังเรื่องนี้นอกจากจะนำเสนอในด้านความสนุกขำขันแล้ว ยังได้นำเสนออีกมุมของสังคมของเราเต็มไปด้วยความหลอกลวง ที่เริ่มจากการหลอกเอาเงินจากคนใกล้ตัว จนถึงการหลอกลวงเอาเงินจากคนแปลกหน้า ซึ่งการที่ไม่รู้จักพอทำให้พวกเขาอยากได้เงินก้อนโต้มากยิ่งขึ้น และจุดจบของคนโลภที่ไม่รู้จักพอในส่วนนี้หนังทำออกมาได้ดีมาก ๆ

Categories
หนังตลก

ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

เฮ้ย ! ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ หนังตลก คอมเมดี้ที่มาแรงในปี 2021

 เฮ้ย ! ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ เป็นหนังแนวตลกคอมเมดี้ที่ได้นักแสดงชั้นนำมาร่วมงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โป๊ป ธนวรรธน์, เต๋อ ฉันทวิชช์ และ แซมมี่ เคาวเวลล์ จากผลงานผู้กำกับชื่อดังอย่าง ใหม่ ภวัต พนังคศิริ มากำกับในเรื่องนี้ทำให้ หนังตลกน่าดู ขึ้นไปอีก งานนี้ตัวเอกของเรานั้นจะสามารถแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดจากในอดีตของพ่อและแม่ได้หรือไม่มาร่วมลุ้นและติดตามไปด้วยกัน

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อต้องย้อนเวลาไปเจอกับพ่อตัวเอง 

เฮ้ย ! ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ เปิดเรื่องขึ้นมาเราจะมาพบกับพระเอกของเรื่อง “ก็อด” นักแข่งรถหนุ่มที่ฝีมือไม่ธรรมดาที่ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย แต่ในเรื่องของครอบครัวนั้นเขากลับไม่ค่อยจะมีความสุขเท่าไหร่ เพราะเขามีปมฝังใจเกี่ยวกับพ่อมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ค่อยจะลงรอยกัน เพราะเขาคิดว่าเสมอว่าเหตุผลหลัก ๆ ทำให้แม่ต้องชิงฆ่าตัวตายตั้งแต่เขายังเด็กเป็นเพราะพ่อ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็อด เฝ้าโทษพ่อมาตลอด จนทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับพ่อนั้นไม่ค่อยจะสนิทเหมือนพ่อลูกทั่วไป

จนกระทั่งเขาได้รับอุบัติเหตุและได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต เขาได้พบกับ “เฟรม” ที่รับบทโดย เต๋อ ฉันทวิชช์ พ่อของเขาสมัยที่ยังเป็นวัยรุ่น ได้พบเจอเหตุการณ์และเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยกัน จึงทำให้เขาเข้าใจพ่อมากขึ้น และพยายามที่จะเปลี่ยนเหตุการณ์ในอดีต เพื่อในอนาคตพ่อจะได้ไม่ต้องติดคุกและแม่จะได้ไม่ต้องมาฆ่าตัวตาย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ถือว่าได้สอดแทรกข้อคิด และความรักของคนในครอบครัว มีมุกตลก ๆ สอดแทรกมาบ้างทำให้คนดูได้ฮาไปตาม ๆ กันถือเป็น หนังตลก น่าติดตามเรื่องหนึ่งเลย

ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้

โดยความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้อยู่ที่พล็อตเรื่องที่เกริ่นนำว่า เป็นหนังย้อนเวลาทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้น และนอกจากนี้ยังได้นักแสดงชั้นนำหลายคนมาช่วยดึงดูดผู้ชมทางบ้านด้วยเช่นกัน เพราะได้หนุ่มโป๊ป-ธนวรรธน์ พระเอกหนุ่มสุดหล่อขวัญใจสาว ๆ มาเป็นนักแสดงนำ ตามมาด้วยหนุ่ม เต๋อ-ฉันทวิชช์ ที่การันตีความฮาได้เลย และนางเอกสาวสวยของเรื่องอย่างสาวแซมมี่-เคาวเวลล์ นางเอกสาวลูกครึ่งหน้าหวานที่เรื่องนี้ไม่ได้มาพร้อมความเซ็กซี่ แต่จะเน้นไปแนวเรียบร้อยมากกว่า โดยในเรื่องยังมีความน่าสนใจอีกมากมาย

การดำเนินเรื่อง

เนื้อเรื่องของหนังทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง ดำเนินการอย่างรวดเร็วเปิดเรื่องมาไม่นานเท่าไหร่พระเอกของเรื่องก็ย้อนอดีตไปเลย แต่ดำเนินเนื้อเรื่องช่วงที่ย้อนเวลาไปได้แบบสับสนทำให้คนดูอย่างเรา ๆ คิดในใจตกลงพระเอกย้อนเวลามาเพื่อทำอะไรกันแน่ หนังได้สอดแทรกความรักระหว่างคนในครอบครัวออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง ทำให้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาบางเรื่องก็ต้องอาศัยการพูดคุยทำความเข้าใจ ไม่ใช่ต่างคนต่างเก็บเอาไว้แล้วปล่อยให้กลายเป็นปมในชีวิต

ตัวละครเสริมอื่น ๆ 

ในเรื่องจะมีตัวละครเสริมเข้ามาไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่เข้ามาเสริมเพื่อให้เกิดมีสีสัน อย่างเช่นบรรดาพวกเจ้าพ่อและลูกน้องทั้งหลายที่พอจะมาสร้างสีสันในเรื่องได้บ้าง โดยเฉพาะ เจ้าโบ้ และ เจ้าเบ้ สองลิ่วล้อของ เฟรม ที่เป็นสมาชิกรุ่นบุกเบิกของแก๊งเจ้าโลกที่มาสร้างสีสันเรียกเสียงหัวเราะ และถือว่าเป็นหนังคอมเมดี้ที่น่าติดตามและลองคลิกดูอีกเรื่องหนึ่งทันที

ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ
ขอบคุณภาพจาก: http://www.maya-channel.com/news/detail/4235

ถึงแม้บทหนังจะไม่ปัง แต่ก็เป็นหนังที่ดูแล้วเพลิดเพลินไม่ใช่น้อย

เฮ้ย ! ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ ถือเป็นหนังที่ทำออกมาได้น่าผิดหวังเล็กน้อย เพราะว่าเหล่านักแสดงนำนั้นก็ต่างเรียกได้ว่าเป็นนักแสดงชั้นแนวหน้าของวงการบันเทิงในช่วงนี้ แถมผู้กำกับเองก็เชี่ยวชาญในด้านการย้อนเวลาอยู่แล้วจากผลงาน บุพเพสันนิวาส เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนแอบงงอยู่พอสมควร แต่โดยรวมก็ไม่ได้ดูผิดหวังอะไรมากมายเพียงแต่คนดูอย่างเรา ๆ คาดหวังกับเรื่องที่มีพล็อตเรื่องข้ามกาลเวลาไว้มาก คิดว่าจะต้องมีอะไรมากกว่านั้น แต่ในเรื่องกลับทำย้อนแย้งทำให้พระเอกของเรื่องที่อุตส่าห์ข้ามเวลามา กลับทำอะไรไม่ได้มากกว่าที่ควร สุดท้ายแล้วหนังทำออกมาได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีในระดับหนึ่ง ดังนั้นเรื่องนี้ถือเป็น หนังไทย 2021 ที่น่าดูอีกเรื่อง

ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ
ขอบคุณภาพจาก: https://www.netflix.com/title/81344237
Categories
การ์ตูน

รีวิว Paperman กระดาษเชื่อมสัมพันธ์

Paperman กระดาษแห่งพรหมลิขิต

Paperman เป็นผลงานการสร้างของ Wall Disney Picture. กำกับโดย จอห์น คาห์ส เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2012 ณ สหรัฐอเมริกา ที่ฉายพร้อมการ์ตูนภาพยนตร์เรื่อง ราล์ฟ วายร้ายหัวใจฮีโร่ Paperman เป็นการ์ตูน แอนิเมชัน ขนาดสั้นที่ใช้เทคนิคภาพขาว-ดำและมีสีชัดอยู่จุดหนึ่ง เป็นการเล่นสีที่ใช้สีบ่งบอกความหมายได้ดี  Paperman ได้รับรางวัลออสการ์ครั้งที่ 85 สาขาภาพยนตร์แอนิเมชันสั้นยอดเยี่ยม และรางวัลแอนนี สาขา Best Animated Short Subject ครั้งที่ 40 ภาพยนตร์ แอนิมชัน เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ไม่มีบทพูดของตัวละคร เน้นเสียงประกอบ เสียงดนตรีและการแสดงท่าทางและสีหน้าเท่านั้น ความยาวของภาพยนตร์ใช้เวลา 6 นาที 34 วินาที เป็นหนังแนวคลาสสิกย้อนยุคกับเรื่องราวความรักของคนสองคนที่ถูกเชื่อมกันด้วยกระดาษ เรื่องราวจะเป็นยังไง ไปอ่านกันต่อเลย

Paperman
Paperman

เรื่องราวเกิดขึ้นที่มหานครนิวยอร์ก ในทศวรรษที่ 1940 Paperman เป็นเรื่องราวของ จอร์จ หนุ่มนักบัญชีกำลังยืนรอรถไฟพร้อมกับเอกสารจำนวนหนึ่งที่เขาอุ้มไว้ ระหว่างที่รอรถไฟนั้นเขาได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินมายืนรอรถไฟอยู่ข้างๆเขา เขาส่งยิ้มทักทายให้ตามปกติ ในขณะนั้นรถไฟได้แล่นมาเทียบชานชาลาจึงมีลมพัดแรงตามแรงรถไฟ ทำให้กระดาษแผ่นหนึ่งก็ได้ปลิวไปแปะหน้าหญิงสาวคนนั้น ผู้หญิงคนข้างๆนี้ชื่อว่า เม็ก เขาหยิบกระดาษออกจากหน้าเม็ก และพบว่าสี ลิปสติก ของเธอนั้นติดอยู่ที่กระดาษแผ่นนั้นด้วย ทั้งสองยิ้มหัวเราะเล็กน้อย จอร์จ ยิ้มจนตาหยีพอลืมตามาอีกที เม็กก็ขึ้นรถไฟอีกขบวนไปแล้ว

Paperman
Paperman

วันนี้ จอร์จ มาทำงานที่บริษัทแต่กลับนั่งนิ่งมองกระดาษแผ่นนั้นที่มีรอย ลิปสติก ประทับไว้อยู่ จอร์จกลับมานั่งคิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นและเหมือนเขาจะรู้ตัวว่าเขาตกหลุมรักเธอเข้าให้แล้ว ในระหว่างนั้นเจ้านายก็เอางานกองโตมาให้เขา กระดาษเป็นปึกๆ ในตอนนั้นมีลมพัดมาทำให้กระดาษแผ่นนั้นของเขาเกือบปลิวตกลงไป และนั้นก็เป็นอีกครั้งที่เขาบังเอิญได้พบกับเธอ เม็ก กำลังคุยงานอยู่ที่ตึกอีกฝั่งหนึ่งตรงข้ามกับเขาและเหมือนจะมองไม่เห็นเขา แม้ว่าจอร์จจะส่งสัญญาณท่าทางอย่างไรก็ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สังเกตเห็นเลย จอร์จ เริ่มเอากระดาษงานบนโต๊ะมาพับเป็นจรวดเพื่อให้มันบินไปหาเธอ ให้เธอได้รู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้ แต่ไม่ว่าจะพับไปกี่แผ่น เธอก็ไม่เห็น กระดาษที่พับส่งบินไปนั้น พุ่งไปในทิศทางที่หลากหลาย แม้ว่าการกระทำของเขาจะถูกจับตาดูของเจ้านายที่เข้มงวด เขาก็ยังกล้าที่จะพับกระดาษงานนั้นต่อไป จนในที่สุดเธอเริ่มลุกและเตรียมจากไป และเขาก็เหลือแผ่นสุดท้ายซึ่งเป็นแผ่นที่มีรอย ลิปสติก ประทับอยู่ เขาก็ตัดสินใจพับและส่งไปหาเธอ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ปล่อยบินไปมันก็ตกลงไปข้างล่างเสียแล้ว

ซึ่งนั้นทำให้เขากระวนกระวายจนได้ยินไปถึงหัวหน้าจนต้องเอางานมาให้เขาใหม่และครั้งนี้เขาต้องเลือกแล้วว่าจะนั่งทำงานต่อไปหรือลงไปหาเธอด้านล่าง และแน่นอนว่าเขาตัดสินใจที่จะเลือกรักแรกของเขา เขาวิ่งลงไปตามหาเธอทันที แต่แล้วพอลงมาเขาก็มองไม่เห็นเธอ พบแต่กระดาษแผ่นนั้นที่นอนนิ่งอยู่บนถังขยะ เมื่อนั้นเขาก็โกรธตัวเองที่ไม่สมหวังและเหวี่ยงกระดาษแผ่นนั้นออกไปไกลๆด้วยความโมโห แต่หารู้ไม่ว่ากระดาษทั้งหมดที่เขาพับส่งถึงเธอนั้นได้มาตกรวมตัวกระจุกกันอยู่ในมุมตึกเล็กๆมุมหนึ่ง ด้วยลมแห่งพรหมลิขิตทำให้จรวดกระดาษทั้งหมดบินไปหาจอร์จ และเริ่มดันเขาให้ไปทิศทางหนึ่งซึ่งเขาก็ไม่สามารถต้านแรงของกระดาษพวกนี้ได้ 

ในอีกด้านหนึ่งกระดาษสื่อรักที่มีรอยลิปสติกก็ได้บินไปหาเม็กที่ร้านดอกไม้แห่งหนึ่ง ทำให้เธอเห็นกระดาษแผ่นนั้นเข้าจึงวิ่งตามมันไป ทั้งสองขึ้นรถไฟคนละสายโดยมีเจ้ากระดาษนำทางไป และมันก็ได้พาทั้งสองมายังจุดแรกเริ่มของเรื่องราว จุดที่ทั้งสองได้พบกันเมื่อเช้า ทำให้ได้เจอกันและ จอร์จ ก็ไม่ลังเลที่จะเข้าหาเม็กและเม็กเองก็เข้าหาเขาเช่นกัน เรื่องราวของ Paperman ก็จบลงด้วยดี ความสัมพันธ์ที่ไล่ตามหา ก็ได้ผูกกันด้วยกระดาษที่เป็นตัวเชื่อมสัมพันธ์ของเรื่องราวนี้

Paperman
Paperman

กำหนดการฉายรีรัน

เรื่องราวของ Paperman เป็นเรื่องราวที่โรแมนติกผสมความคลาสสิกในรูปแบบของ แอนิเมชัน ซึ่งคนทุกเพศทุกวัยสามารถรับชมได้ และไม่แน่ว่าเรื่องราวแบบนี้อาจจะเป็นเรื่องราวของใครบางคนก็เป็นได้ ในยุคที่การสื่อสารมีเพียงแค่กระดาษและซองจดหมาย ไม่แปลกที่เรื่องความรักของคนในยุคนั้นส่วนใหญ่จะต้องพึ่งพรหมลิขิตกันบ้าง เพราะกว่าจะหากันเจอนั้นยากเหลือเกิน เรื่องของ Paperman หลายคนอาจจะเคยเห็นผ่านตาไปบ้าง ซึ่งในตอนนี้ก็ยังคงมีฉายให้ชมทาง Youtube และเดือนนี้ก็ได้กลับมาให้ชมแบบชัดๆและถูกลิขสิทธิ์ผ่าน Disney+ Hotstar Thailand โดยจะเริ่มฉายในวันที่ 10 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

Categories
การ์ตูน

รีวิว ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ ตอน ศึกรถไฟสู่นิรันดร์

ดาบพิฆาตรอสูร ประเดิมจุดแรกเริ่มของเรื่องราว

ก่อนจะมาเป็น เดอะมูฟวี่ ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ ดาบพิฆาตอสูร หรือ Demon slayer หรือภาษาญี่ปุ่นเขียนในรูปแบบโรมันจิว่า (Kimetsu no Yaiba) เป็นอนิเมะญี่ปุ่นสร้างมาจากมังงะ โดยผู้เขียนคือ คุณโคโยฮารุ โกโตเกะ มีทั้งหมด 26 ตอน ซึ่งกำลังเป็นที่กล่าวขานถึงการฉุดเส้นความดังของอนิเมะญี่ปุ่นให้กลับมาชุ่มชื้นอีกครั้ง ซึ่งกำกับโดย ฮารุโอะ โซโตซากิ ในรูปแบบอนิเมชัน ที่ตอนนี้เป็นแอนิเมชันติดอันดับโลกไปแล้ว 

เส้นเรื่องเดิมของ ดาบพิฆาตอสูร เริ่มมาจากเด็กชายคนหนึ่งที่ชื่อ คามาโดะ ทันจิโร่ ได้รับรู้ว่าครอบครัวที่เขาหวงแหนนั้นถูกอสูรฆ่าตายจนหมด ในขณะที่เขาออกไปขายถ่านในเมือง เหลือไว้เพียงน้องสาวคนหนึ่งของเขา ‘เนซึโกะ’ ที่ได้รับเลือดของอสูรไปและกลายเป็นอสูร ทันจิโร่ เลยมีจุดมุ่งหมายเพียงหนึ่งเดียวของเขานั่นคือการช่วยเหลือ เนซึโกะ ให้หายจากการเป็นอสูรแม้มันจะไม่มีใครสามารถรักษาได้ก็ตาม เขาได้ไปเจอกับ อุโรโกะดากิ ซาคอนจิ อดีตเสาหลักที่เป็นผู้ปราบอสูร เขาก็ได้สอน ทันจิโร่ ต่อสู้และส่งเขาไปคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมหน่วยพิฆาตอสูร ในระหว่างทางเขาแทบไม่เชื่อเลยว่าชีวิตของเขาจะผกผันมาได้ขนาดนี้และพวกอสูรเหล่านี้คืออะไรกัน เรื่องราวการไล่ล่าตามหาอสูรที่ฆ่าครอบครัวและการหาทางรักษาเนซึโกะก็เริ่มต้นขึ้น

ดาบพิฆาตอสูร
ดาบพิฆาตอสูร

ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ ตอน ศึกรถไฟสู่นิรันดร์

ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ ตอน ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ เป็นภาคต่อมาจากภาคแรก แต่จะเป็นเรื่องราวตอนเดียวจบ ว่าด้วยเรื่องภารกิจไปสืบหาความผิดปกติในรถไฟสายหนึ่งร่วมกับ เรนโงคุ เคียวจูโร่ ทันจิโร่ และพรรคพวก ที่ประกอบไปด้วย เนซึโกะ, เซ็นนิตสึ และอิโนสึเกะ ที่ได้พบเจอกันในภาคแรกและได้กลายมาเป็นเพื่อนซี้กัน ทั้งหมดได้รับภารกิจในการไปปราบอสูรตนหนึ่งที่กำลังป่วนรถไฟของผู้คนด้วยการสะกดเหยื่อไว้ในความฝันอันแสนหวานจนไม่อยากตื่นมา และจะทำให้คนๆนั้นตายไปอย่างช้าๆ พวก ทันจิโร่ รับรู้ได้ถึงความผิดปกติทันทีเมื่อย่างก้าวขึ้นไปบนรถไฟและต้องหาทางจัดการอสูรตนนี้ให้ได้ 

เรนโงคุ เคียวจูโร่ เป็นเสาหลักที่เป็นผู้นำให้กับเสาหลักคนอื่นๆอยู่ในตอนนี้ ได้รับภารกิจให้ไปสำรวจความผิดปกติของรถไฟสายหนึ่งที่ผู้คนหายไปเมื่อถึงสถานีปลายทาง เคียวจูโร่ เป็นคนที่เน้นการต่อสู้ด้วย ดาบพิฆาตอสูร ของเขาคือปราณอัคคี เป็นหนึ่งในตัวละครหลักของ เดอะมูฟวี่ เรื่องนี้ เขาเป็นคนหนึ่งที่ใจดีในกลุ่มเสาหลักและเป็นคนที่ ทันจิโร่ มีคำถามในใจมากมายที่อยากจะถามเขาเพราะเขามีความทรงจำเกี่ยวกับพ่อว่าพ่อเองก็เคยเป็นเสาหลักและใช้ปราณอัคคีเช่นเดียวกัน เผื่อว่า เคียวจูโร่ จะมีเบาะสเรื่องพ่อของเขาบ้าง แต่การร่วมภารกิจนี้ด้วยกันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทุกคนถูกอสูรทำให้หลับใหลและจมไปกับความฝันที่ทำให้ผู้คนไม่อยากตื่นรวมไปถึงพวกของ ทันจิโร่ เองก็ด้วย ทันจิโร่ ต้องพยายามสลัดฝันอันหอมหวานนั้นออกมาให้ได้ เพราะไม่อย่างนั้นจะถูกอสูรกลืนกิน

ดาบพิฆาตอสูร
ดาบพิฆาตอสูร

ย้ายไปฝั่งของอสูร อสูรตัวนี้ชื่อว่า เอ็นมุ เป็นอสูรข้างแรมที่ได้รับภารกิจโดยตรงมาจาก มุซัน ซึ่งเป็นหัวหน้าอสูรของมันให้ตามหา ทันจิโร่ และฆ่าทิ้ง ชื่อเสียงของอสูรข้างขึ้นและข้างแรมเป็นที่กล่าวขานอย่างมากในความโหดร้ายและไร้ความปราณี เอ็มมุได้ชื่อว่าเป็นปีศาจที่ซาดิสม์และชื่นชอบมุซันมาก และยอมทำตามคำสั่งทุกอย่าง

ดาบพิฆาตอสูร
ดาบพิฆาตอสูร

เนื้อเรื่อง ดาบพิฆาตอสูร ดำเนินมาถึงการต่อสู้ของเอ็นมุและพวก ทันจิโร่ ที่ต้องแบ่งกันไปจัดการเนื้อร้ายที่กระจายอยู่ทั่วขบวน รถไฟ และหาทางเข้าไปจัดการหัวใจของ เอ็นมุ ที่อยู่หัวขบวนรถไฟ แม้ว่า ทันจิโร่ จะได้รับบาดเจ็บสุดท้ายก็ฝืนจนจัดการกับเอ็นมุได้สำเร็จ และมันก็ไม่ได้จบสวยงามอย่างที่ทุกคนเฝ้ารอ เพราะในช่วงท้ายมีการปรากฏตัวของ อาคาเสะ อสูรข้างขึ้นลำดับที่ 3 ที่มีฝีมือร้ายกาจเช่นเดียวกัน และมากกว่า เอ็นมุด้วยซ้ำ เกิดการเผชิญหน้าระหว่าง อาคาเสะและ เคียวจูโร่ การต่อสู้ดุเดือด มีการย้อนอดีตของ เคียวจูโร่ ในเส้นทางของการเป็นเสาหลักของเขาและในท้ายที่สุดเขาก็พ่ายแพ้ให้กับอาคาเสะ และอาคาเสะเองก็บาดเจ็บหนักไม่แพ้กัน เหตุการณ์นี้เอง ทันจิโร่ผู้เห็นเหตุการณ์ตลอดแต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้เพราะการบาดเจ็บที่แทบจะลุกยืนแทบไม่ไหว ได้เห็น เคียวจูโร่ พ่ายแพ้ไปต่อหน้าต่อตาและคำบอกลาทิ้งท้ายที่แสนเศร้า ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นการเพิ่มปมความแค้นในใจของ ทันจิโร่ และปลุกไฟในตัวของเขาให้ลุกโชนมากกว่าเดิม แต่หากใครยังไม่ได้ดูภาคแรกแนะนำว่าให้ดูภาคแรกก่อนมาดู เดอะมูฟวี่ เพราะอาจจะไม่เข้าใจในเนื้อเรื่องบางฉากและเพื่อการเข้าถึงอรรถรสในการรับชม

ดาบพิฆาตอสูร
ดาบพิฆาตอสูร

กำหนดการสตรีม

ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ หรือ Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba the Movie: Mugen Train จากผู้กำกับคนเดียวกัน ฮารุโอะ โซโตซากิ ดัดแปลงมาจากการ์ตูนมังงะ ที่เขียนโดย โคโยฮารุ โกโตเกะ ภาพยนตร์แนวแฟนตาซีแอคชั่น เข้าฉายที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563 และมีรอบสื่อในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 สร้างความดังเปรี้ยงให้กับรอบฉายในเดือนนั้นได้เป็นอย่างดี และวันนี้ได้ขึ้นมาสตรีมให้รับชมได้แล้วที่ Netflix เริ่มสตรีมวันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป